@..อ่านละครรายวันตอนล่าสุด..@

อ่านละคร รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 3 วันที่ 31 ก.ค. 55

อ่านละคร รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 3 วันที่ 31 ก.ค. 55

งานนี้ ต๋องได้รับทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ เต็กไฮ้ด่าต๋องว่าเล่นสกปรก จะเด็ดก็ด่าว่า คิดว่าเป็นใครถึงได้เที่ยวจับผิดคนอื่นแบบนี้ ต๋องขอบใจแฟนคลับที่สนับสนุนให้กำลังใจตนแล้วถามจะเด็ดว่า

“แล้วไอ้ทุกคนทำอยู่น่ะมันดีไหมล่ะ มัวแต่พากันไปไหว้เจ้าไหว้ผี แถมยังโยนขึ้นมาให้ฉัน สรุปแล้วที่แท้ก็เป็นเพราะความไม่รับผิดชอบต่ออาชีพของตัวเองกันทั้งนั้น”

กิมฮวยมึนไปพักหนึ่งพอนึกได้ก็หันไปตะโกนถามชาวตลาดว่าเดี๋ยวนี้ใครๆก็ตัดต่อภาพได้ใช่ไหม

พวกเรา ชาวตลาดขานรับกันว่าใช่ กิมฮวยได้ทีทำเป็นหัวหมอหันไปขู่ต๋องว่า

“ลื้อมาทำซี้ซั้ว...อั๊วฟ้องได้เลยนะโทษฐานทำลายชื่อเสียง”

“น้าต่างหากที่ทำลายชื่อเสียงตัวเอง แล้วก็กำลังทำลายชื่อเสียงของตลาดเหมือนกับที่อีกหลายคนทำ แล้วถ้ายังคิดจะเป็นแบบนี้กันต่อไป ก็อย่าหวังว่าจะดึงลูกค้าคืนมาจากห้างเวรี่แฮปปี้ของเสี่ยชายศักดิ์เลย”

“ไอ้ต๋อง!! ลื้อไม่ต้องมาสั่งสอนพวกอั๊วหรอก พวกอั๊วอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ลื้อยังไม่ชิงหมามาเกิดด้วยซ้ำ ทำไมจะไม่รู้ว่าต้องแก้ไขเรื่องปากท้องตัวเองยังไง” แล้วหันไปบอกพรรคพวก “ไปกันเถอะพวกเรา เสียเวลากับเรื่องงี่เง่านานเกินไปแล้ว” ว่าแล้วกิมฮวยเดินออกไป

กิมลั้งเดินตามแม่ไป แต่แอบเหล่ต๋องอย่างลำบากใจแทน ต๋องมองตามพวกชาวตลาดที่ตามกิมฮวยไปเซ็งๆ

แต่ก็ยังมีคนที่ให้กำลังใจต๋องอยู่เงียบๆคือลุงชวนชมเจ้าของโรงหนัง ต๋องขอบคุณที่มีแก่ใจให้ใช้โรงหนังฟรี

“เออ...ข้าก็แค่สนับสนุนให้คนมันลืมตามอง

ความจริงบ้างเท่านั้น เพราะคนแถวนี้มันถนัดโทษคนอื่นมากกว่าตัวเอง”

ต๋องมองหน้าลุงแล้วยิ้มชอบใจ ชมว่าแปลกจัง ทำไมคนอื่นหาว่าลุงเป็นคนประหลาด ตนไม่เห็นจะเป็นแบบนั้นเลย ลุงแกไม่ยินดียินร้ายบอกว่า ช่างหัวมัน ตนไม่ได้ขอใครกิน

“มันไม่ได้เกี่ยวกับขอใครกินไม่ขอใครกินหรอกลุง บางทีการมีใครสักคนที่เข้าใจเรา มันก็ทำให้ชีวิตมีความหมายขึ้นนะ” พูดแล้วเห็นลุงทำหน้ารำคาญ ต๋องเลยต้องหยุดพูดแล้วเดินออกไป

ออกมาถึงหน้าโรงหนัง เจอณดา เธอชื่นชมว่าวันนี้ต๋องทำได้เจ๋งมาก เสียดายถ้าตนรู้ตั้งแต่แรกก็จะได้ช่วยออกค่าใช้จ่ายให้บ้าง ต๋องตอบอย่างวางฟอร์มว่าไม่เป็นไร ทั้งหมดนี้เพื่อนนิเทศที่มหาวิทยาลัยช่วยทำให้ พวกนี้มีเครื่องมืออยู่แล้ว

ณดาติงว่าถ้าแม่รู้เรื่องนี้คงโกรธ ต๋องบอกว่าคุณนายไม่มีทางรู้หรอกเพราะวันๆสนใจแต่จะเก็บค่าเช่า พูดแล้วทำเป็นตกใจรีบขอโทษ ณดาบอกว่าไม่เป็นไรตนเข้าใจ ถามต๋องว่า “ว่าแต่คุณคิดว่าพวกนี้เขาจะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองไหม”

“ตอนนี้แค่เปลี่ยนแปลงตัวเองยังน้อยไปด้วยซ้ำครับ ผมว่าเราต้องหากลยุทธ์อะไรบางอย่างเพื่อดึงดูดลูกค้าให้กลับมาเร็วที่สุด ส่วนจะทำยังไง ผมขอเวลาคิดนิดนึงก่อนแล้วจะบอกคุณอีกที”

ณดาเห็นความกล้าคิดกล้าทำของต๋องก็ยิ่งชื่นชอบเขาเป็นทวีคูณ

ฝ่ายจาตุรงค์คุยกับศักดิ์ชายที่ต่างก็ถือว่าต๋องเป็นคู่แข่งเป็นอริเป็นเสี้ยนหนาม จาตุรงค์เสนอศักดิ์ชายให้มาร่วมมือกันประกาศสงครามกับต๋องเลยไหม ศักดิ์ชายบอกว่าตนไม่ทำอะไรโง่ๆแบบนั้นหรอก จาตุรงค์ถามว่าร่วมมือกันแล้วมันโง่ยังไง

“วิธีจัดการศัตรูที่แยบยลที่สุดก็คือ ไม่ให้มันรู้สึกว่าเราเป็นศัตรูกับมันเว้ย” ศักดิ์ชายตอบนัยน์ตาเจ้าเล่ห์

ooooooo

ต๋องไปเจอกิมลั้งนั่งเหม่ออยู่ริมตลิ่งคลองหลังตลาดก็เข้าไปขอนั่งด้วย ถามว่าโกรธที่ตนแฉแม่เธอหรือเปล่า กิมลั้งบอกไม่โกรธ ตนแค่ไม่สบายใจประสาคนเป็นลูกเท่านั้น ทั้งยังชมต๋องว่ากล้าหาญมากที่ยอมให้คนอื่นเกลียดทั้งที่ทำเพื่อประโยชน์ของพวกเขาแท้ๆ ต๋องซึ้งเผลอจับมือกิมลั้งขอบคุณที่เธอให้ กำลังใจ

กิมลั้งรีบดึงมือออก ต๋องเลยรู้สึกตัวขอโทษเธอ แล้วขอให้ช่วยคิดว่าทำอย่างไรเราจึงจะเรียกคนเข้าตลาดแข่งกับห้างได้ กิมลั้งแนะว่าอย่างแรกก็ต้องติดแอร์ก่อน

“นั่นมันเกินไป ไอ้เรื่องความเย็น ความสวยงามน่ะเราสู้เขาไม่ได้อยู่แล้วล่ะ เธอลองคิดดูสิว่าอะไรที่สู้กันแล้วจะพอฟัดพอเหวี่ยงกันได้”

คิดกันจนหน้านิ่วคิ้วขมวด สุดท้ายลงเอยที่เราต้องสู้กันด้วยราคา แต่ราคาทุกวันนี้ตลาดของเราก็ไม่ได้ถูกกว่าห้างสักเท่าไหร่ มีทางเดียวคือต้องจัดลดราคาครั้งใหญ่

แต่พอเรียกประชุมเสนอแผนการนี้ ก็ถูกกิมฮวยด่าต๋องที่เอาพวกตนไปแฉในโรงหนังเมื่อวานนี้หยกๆ วันนี้ยังมีหน้ามาเสนออะไรอีกหรือ เต็กไฮ้ที่ยังแค้นไม่หายก็พูดเป็นเสียงเดียวกับกิมฮวย

ณดาต้องหย่าศึก บอกว่าต๋องไม่ได้ตั้งใจแฉใครหรอก เขาทำเพราะอยากให้ตลาดเราคึกคักขึ้นเท่านั้น

แล้วขอร้องให้ทุกคนฟังแผนการของต๋องก่อนดีไหม บรรดาคู่แค้นของต๋องเกรงใจณดาเลยต้องสงบปากยอมฟัง

“คืออย่างนี้นะจ๊ะทุกคน ที่ฉันวางแผนไว้คร่าวๆ คือ เราจะจัดสัปดาห์ “ยกธงขาว” ที่ลานตรงนี้ โดยที่ทุกร้านจะยกธงขาว เพื่อบอกว่าพ่อค้าแม่ค้ายอมขายของราคาพิเศษเพื่อสมนาคุณลูกค้า เราอาจจะมีการแสดงดนตรีในงาน จะได้ช่วยเรียกคน ซึ่งฉัน เลื่อน รักเร่ก็เล่นฟรีให้ได้อยู่แล้ว”

บรรดาแฟนคลับของต๋องพากันเสนอตัวช่วยเต็มที่ คิตตี้อาสาจะชวนเพื่อนๆ มาเต้นโชว์ฟรี ชมพู่กับน้อยหน่าจะช่วยแต่งหน้าทำผมให้เพื่อนคิตตี้ฟรี ณดาบอกว่าเรื่องจัดสถานที่ ทำแผง ทำเวที ทางตลาดจะอำนวยความสะดวกให้ เพียงแต่ต้องขอแรงพวกเราช่วยกันหน่อยเท่านั้น ต๋องปรารภว่าถ้าอย่างนั้นเราต้องไปจ้างช่างมาทำ

ศักดิ์ชายทำตามแผนจัดการศัตรูอย่างแยบยลของตน เสนอต๋องว่าตนจะช่วยณดาประสานกับคนที่นี่เอง ทั้งยังเสนอ จะเอาผลไม้มาปอกแช่น้ำแข็งขายด้วย ลูกค้าจะได้ซื้อกินง่ายๆ

บรรยากาศเริ่มคึกคัก กิมลั้งถามแม่ว่าเราเอาอาหารทะเลมาเผาขายด้วยดีไหม ถูกกิมฮวยแว้ดใส่ว่า ใครบอกว่าตนจะมาร่วมงานบ้าบอนี่ เต็กไฮ้ประสานเสียงทันทีว่า

“อั๊วก็ไม่เอาด้วยเหมือนกัน อยู่เฉยๆ ก็ดีแล้ว ไม่รู้จะทำให้ตัวเองเหนื่อยไปทำไม”

“อ้าว...มารวมตัวกันอยู่ตรงนี้เอง ฉันเพิ่งปลุกเสกปลัดขิกรุ่นใหม่เสร็จ ถ้าเอาไปใส่ตะกร้าเงินรับรองขายดีเป็นเทน้ำเทท่า สนใจกันไหม” จะเด็ดเดินเข้ามาทะลุกลางปล้องขึ้น กิมฮวยผสมโรงทันที พอจะเด็ดบอกให้ตามมาดู พวกชาวตลาดก็พากันลุกเดินตามจะเด็ดไปเป็นพรวน ทำเอาต๋องมองมึน

ณดาถามต๋องว่าจะเอาอย่างไรดี ต๋องถามพวกที่ยังอยู่ว่ามีใครสนใจโครงการนี้บ้างไหม แม่ค้าคนหนึ่งบอกว่าฟังดูก็เข้าทีดีเหมือนกัน ต๋องตัดสินใจว่ามีแค่ไหนเอา

แค่นั้น ทำเท่าที่ทำได้ ขอแต่ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน พวกนั้นจะได้รู้ว่ากำลังคิดผิด

ต๋องจะเอาใบปลิวโฆษณาไปให้โรงพิมพ์ที่ณดาแนะนำพิมพ์ ณดาให้ต๋องนั่งรถตนไปด้วยกันเพราะ

เป็นทางผ่านของตนพอดี ต๋องเตรียมจะไปขึ้นรถ ศักดิ์ชายก็รีบเข้ามาเสนอผังการจัดสถานที่ให้ณดาดู เธอบอกว่าเอาไว้ก่อนได้ไหมตนกำลังจะไปโรงพิมพ์กับต๋อง

“ไม่เป็นไรครับคุณณดา ผมไปเองได้ ชายเขาอุตส่าห์ทำมาแล้วจะได้ไม่เสียความตั้งใจ” พูดแล้วขอตัวแยกไปเลย

ศักดิ์ชายอธิบายแผนผังของตน ณดาบอกเซ็งๆ ว่าหาที่นั่งก่อนได้ไหม ศักดิ์ชายขอโทษอย่างแสนสุภาพแล้วพาไปหาที่นั่งแถวนั้นคุยกัน

ooooooo

สามทุ่มแล้ว กิมแชนอนเหมือนหลับอยู่ ส่วนกิมลั้งวางหนังสือที่อ่านหยิบโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้น พอเห็นชื่อต๋องโชว์หน้าจอก็ดีใจรีบรับ ทักอย่างรู้ว่าใครโทร.มา เลยถูกต๋องแซวว่าเมมชื่อตนไว้แล้วหรือ

ที่แท้ต๋องมาอยู่ที่นอกรั้วตรงกับห้องนอนกิมลั้งแล้ว กิมลั้งเปิดประตูระเบียงออกไปแต่ใช้มือถือคุยกันเบาๆ

ต๋องมาบอกว่าเพิ่งกลับจากไปจ้างโรงพิมพ์พิมพ์ใบปลิวมา พรุ่งนี้ตนจะเอาไปตระเวนแจก กิมลั้งเสียดายที่ไม่ได้ไปช่วยแจก ต๋องปากหวานว่าช่วยเป็นกำลังใจก็แล้วกัน

“ฉันก็คงทำได้แค่นั้นล่ะ งั้นก็สู้ๆแล้วกันนะ ทำให้คนที่ไม่ชอบเธอเขาเห็นว่าเธอทำได้” กิมลั้งให้กำลังใจ ต๋องบอกว่าโชคดีจังที่เธอไม่ได้เป็นพวกเดียวกับคนที่ไม่ชอบตน “แล้วเรื่องอะไรฉันถึงต้องไม่ชอบเธอ” กิมลั้งย้อนถาม

“งั้นก็แปลว่าเธอชอบฉัน” ต๋องรวบรัด กิมลั้ง เขินมาก งึมงำว่าพูดบ้าอะไรของเธอ ต๋องฟังแล้วหัวเราะชอบใจ

ที่แท้กิมแชแอบฟังอยู่ พอต๋องกลับไปกิมแชถามพี่สาวว่าอยากไปช่วยแฟนแจกใบปลิวล่ะสิ กิมลั้งรู้ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะถ้าแม่รู้มีหวังถูกแหกอกแน่

“อ้าว...แล้วจะให้ม้ารู้ทำไมล่ะ” กิมแชพูดอย่างมีเลศนัย พอพี่สาวซักไซ้ก็แนะแผนการว่า ให้ทำเป็นไม่สบาย แม่จะได้ให้ป๊าไปขายของแทน พอไม่มีใครอยู่บ้านคราวนี้เจ้จะไปช่วยพี่ต๋องแจกใบปลิวก็ไม่มีใครรู้ ทั้งยังชี้ข้อดีให้เห็นว่า “เป็นการช่วยพี่ต๋องหาคนเข้าตลาด แถมยังได้ไถ่บาปที่ม้าไปทำอะไรไม่ดีกับพี่ต๋องเขาด้วย แล้วอีกเหตุผลที่สำคัญก็คือ เจ้จะได้อยู่กับพี่ต๋องสองต่อสองทั้งวันเลยไง”

พูดแล้วกิมแชลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้กิมลั้งยิ้มเขินกับแผนการของน้องสาว

ooooooo

ณดาดูแผนผังกับศักดิ์ชายเสร็จก็จะแยกย้ายกันกลับ ศักดิ์ชายทำเป็นรถเสีย ณดามีแก่ใจพาไปส่งที่บ้านซึ่งเป็นทางผ่านของตนอยู่แล้ว ระหว่างทางเขาก็ทำเป็นหืดหอบขึ้นมา ณดาตกใจจะพาไปส่งโรงพยาบาล เขาบอกว่าไม่เป็นไรมียาอยู่ที่บ้าน เธอจึงรีบพาไปส่งที่บ้าน ณดาแปลกใจที่คนขายผลไม้ในตลาดอย่างศักดิ์ชายมีทาวน์เฮาส์อย่างดีอยู่

“อ๋อ...หลังนี้ผมเช่าเจ้านายเก่าอยู่น่ะครับ รับใช้ท่านอยู่นาน ท่านเลยเมตตาให้เช่าราคาถูก”

ณดาไม่ติดใจ ส่งเขาเข้าบ้านแล้วขอตัวกลับ ศักดิ์ชายเดินออกมาส่ง นึกในใจว่า

“วันนี้เอาแค่มาส่งที่บ้านก่อนก็แล้วกัน”

ooooooo

กิมลั้งกับกิมแชทำตามแผนการอย่างเเนบเนียน จนกิมฮวยกับเคี้ยงเชื่อสนิทใจ ให้กิมแชดูแลพี่สาวแล้วทั้งสองก็ไปขายปลาที่ตลาดกัน

จนจะออกไปหาต๋องแล้ว กิมลั้งยังหวั่นๆ หวาดๆ กิมแชปลุกใจให้กำลังใจว่า

“เจ้ไม่ได้กำลังจะไปทำชั่วนะ ถ้าการแจกใบปลิวของเจ้วันนี้ทำให้คนเข้าตลาดมากขึ้นได้ คนในตลาดก็จะขายของได้มากขึ้น” กิมลั้งยังกังวล กิมแชเดาว่าเรื่องต๋อง ยุพี่สาวว่า “เจ้ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ เจ้มีสิทธ์ิที่จะเลือกผู้ชายที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตด้วยตัวเอง ถ้าเจ้ไม่เริ่มศึกษาพี่ต๋องตั้งแต่ตอนนี้แล้วเจ้จะรู้ได้ไงว่าเขาจะเป็นคนที่ใช่ของเจ้ รึเปล่า”

เห็นกิมลั้งยังลังเล กิมแชเลยขู่ว่า “หรือเจ้อยากจะลงเอยกับผู้ชายที่ม้าเลือกให้อย่างพี่จาตุรงค์อะไรนั่น” ทำให้กิมลั้งตัดสินใจได้ในทันที

พอไปเจอต๋องที่นัดกันไว้ ต๋องเสนอว่าเราต้องแต่งตัวเป็นจุดเด่นเป็นที่สนใจเวลาแจกใบปลิวคนจะได้เชื่อถือสนใจเรา แล้วต๋องจัดแจงแต่งตัวโดยเอาผ้ากันเปื้อน สีสดใสมาคาด ใส่ที่คาดหัวเป็นรูปปลาตัวใหญ่ให้กิมลั้ง ตัวเองมีผักต้นใหญ่คาดบนหัว กิมลั้งทั้งเขินทั้งไม่มั่นใจ ต๋องให้กำลังใจว่า

“เธอต้องมั่นใจในตัวเองสิ เพราะถ้าเราไม่มั่นใจ คนที่รับใบปลิวไปเขาก็ไม่มีทางมั่นใจในตัวเรา แล้วก็พลอยไม่มั่นใจกับสิ่งที่เรากำลังนำเสนอด้วย”

กิมลั้งสูดหายใจลึกๆแล้วเริ่มต้นแจกใบปลิวอย่างมั่นใจ

ระหว่างแจกใบปลิวด้วยกันนั้น ต๋องดูแลเอาใจใส่กิมลั้งอย่างดี ยิ่งทำงานด้วยกันก็ยิ่งสนิทสนมกัน เห็นใจกัน แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีกำลังใจ...มีความสุข...

จาตุรงค์ขับรถผ่านมาเห็นกิมลั้งจากด้านหลังแต่ก็จำได้ สงสัยว่ากิมลั้งมาทำอะไรแถวนี้ เมื่อกลับถึงตลาดก็ทำทีเอาขนมไปฝากกิมฮวย แล้วทำเป็นสงสัยถามว่า วันนี้กิมลั้งไม่ได้มาขายของหรือ มิน่าล่ะตนถึงเห็นไปยืนอยู่ในซอยเมื่อกี้นี้

กิมฮวยกับเคี้ยงบอกว่า สงสัยจาตุรงค์คงตาฝาด เพราะวันนี้กิมลั้งไม่สบายพักอยู่ที่บ้าน เมื่อกี้นี้กิมแชเพิ่งโทร.มาบอกว่ากิมลั้งไข้ลดแล้ว กิมฮวยเสนอว่า

“เอ้อ...อาจาตุรงค์ ถ้าลื้อว่าง น้าฝากขนมนี่ไปให้อากิมลั้งหน่อยสิ เผื่ออีอยากกินอะไรอร่อยๆ”

“ได้เลยครับน้ากิมฮวย” จาตุรงค์รับคำ เคี้ยงชำเลืองกิมฮวยอย่างไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร

ooooooo

จาตุรงค์ไปถึงบ้านกิมฮวย เจอกิมแชเอาดอกไม้มาปักที่ผม เอาเถาวัลย์มาคล้องคอแทนขนนก แต่งตัวเหมือนนักร้องบนเวที กำลังกวาดบ้านไปร้องเพลงไปอย่างมีความสุข

พอเสียงกริ่งหน้าบ้านดัง กิมแชออกไปทั้งชุดนั้นและมือถือไม้กวาดไปด้วย พอเห็นจาตุรงค์ก็มองช็อกกับความหล่อแนวเกาหลีของเขา จาตุรงค์มองกิมแชงงๆไม่แน่ใจว่าสติดีหรือเปล่า ถามว่ากิมลั้งอยู่ไหม

กิมแชเชิญเข้าไปนั่งในบ้าน จาตุรงค์ถามว่ากิมลั้งไปหาหมอที่ไหน กิมแชบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน ครั้นเขาจะโทร.หากิมแชก็บอกว่ากิมลั้งไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป

จาตุรงค์คิดว่ากินแชเป็นคนใช้ พอรู้ว่าเป็นน้องก็พึมพำว่าทำไมหน้าตาคนละเรื่องกันเลย กิมแชเขินบิดไปบิดมา บอกว่าตนหน้าเหมือนอากง แล้วชวนกินข้าวกัน หลังอาหารยังมีของหวานให้กินด้วย ระหว่างกินข้าวก็เปิดเพลงคลอไปตลอด

ระหว่างต้อนรับจาตุรงค์นั้น กิมแชมีความสุขมากที่ได้อยู่กับหนุ่มหล่อแนวเกาหลี ทั้งเขายังชมว่าทำอาหารอร่อย ฟังเพลงรสนิยมเดียวกัน ทำเอากินแชเคลิ้ม แต่แล้วก็เซ็งสุดๆ เมื่อจาตุรงค์จะกลับ เขาสั่งเธอว่า

“ขนมที่เอามาให้น่ะ อย่าแกะกินก่อนน้องกิมลั้งมานะ”

ooooooo

ต๋องกับกิมลั้งช่วยกันแจกใบปลิวเป็นพันใบจนหมด เมื่อกิมลั้งจะกลับ ต๋องอยากให้เธอได้เปิดหูเปิดตาเสียบ้าง พาเธอไปดูท้องฟ้าจำลอง ทำให้กิมลั้งซึ้งใจถึงกับน้ำตาคลอ เพราะเคยใฝ่ฝันอยากดูมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่ได้ดูสักทีได้แต่ผ่านไปผ่านมาตอนเด็กๆ แม่ก็บอกว่าไม่ว่างต้องขายของ พอโตแม่ก็ให้เฝ้าแผงปลาจนไม่ได้ไปไหน จมปลักอยู่กับแผงปลาในตลาดทั้งปี

ต๋องเห็นกิมลั้งน้ำตาไหลไม่หยุด ต๋องรับรู้ถึงความเก็บกดของเธอ สะกิดให้คิดว่า

“กิมลั้ง บางทีความต้องการลึกๆ ที่เรียกร้องอยู่ในตัวเราน่ะมันเป็นเรื่องสำคัญนะ อย่ากดเก็บมันแล้วแขวนตัวเองไว้กับโชคชะตา ไม่งั้นเราจะเป็นแค่สิ่งมีชีวิต แต่ไม่มีวิญญาณ” กิมลั้งขอบคุณเขาสำหรับทุกอย่างวันนี้ “ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เธอมาช่วยฉันก็แล้วกัน นี่...ไหนๆก็มาที่นี่แล้ว เราไปทัวร์รอบๆดีกว่า เธอจะได้ถ่ายรูปกับเพื่อนๆด้วยไง”

กิมลั้งพยักหน้ารับทันที

ต๋องพากิมลั้งเดินชมนิทรรศการไปตามจุดต่างๆ แล้วให้เธอถ่ายรูปกับเพื่อนๆซึ่งก็คือหน้าคนบนนิ้ว

ทั้งห้าของเธอนั่นเอง หลังจากถ่ายกับเพื่อนๆไปมากมายแล้ว ต๋องถามว่าแล้วจะไม่ถ่ายกับเพื่อนคนนี้บ้างหรือ พอกิมลั้งอนุญาต ต๋องยิ้มหน้าบานเข้าไปยืนเคียงข้างถ่ายรูปคู่กัน 3-4 ใบ แต่ทุกรูปต่างก็ยังเก้อๆเขินๆกันอยู่

ooooooo

ฝ่ายศักดิ์ชายพยายามทำคะแนนกับณดา

สุดความสามารถ ลงมือเลื่อยไม้เพื่อตกแต่งสถานที่ พอณดามาเห็น เธอถามว่าเลื่อยไม้เป็นไหมนี่ทำไมจับเลื่อยดูแปลกๆ แล้วเธอก็เอาไปเลื่อยให้ดู ท่าทางเธอทะมัดทะแมงจนเขาถามว่าเลื่อยเป็นด้วยหรือ

“นี่...บ้านฉันขาดพ่อนะ แม่ก็เลยต้องทำทุกอย่างแล้วก็หัดให้ฉันทำด้วย ฉันก็เลยทำได้เพียงแต่ฉันไม่อยากทำเท่านั้นเอง มันเหนื่อย”

ระหว่างนั้นสดศรีมาดูการเตรียมงาน ณดาจึงแนะนำให้รู้จักกับลูกค้ารายใหม่ที่มาเช่าแผงขายผลไม้ ครู่หนึ่งสดศรีเรียกณดาแยกไปคุยกัน ติติงลูกสาวว่า จัดงานครั้งนี้ต้องใช้จ่ายไปหลายอย่าง คิดละเอียดยิบแม้กระทั่งตะปู และน้ำไฟที่ต้องใช้ในงาน ณดาชี้แจงว่าตนใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุดแล้ว เสียค่าวัสดุแต่ไม่ต้องเสียค่าแรงเลย ขอร้องแม่ว่า

“ณดาขอลองใช้วิธีของณดาก่อนนะคะถ้ามันได้ผลจริงๆ นี่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ถูกที่สุดแล้วค่ะคุณแม่”

“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ แม่ชักสงสัยแล้วว่าคิดถูกไหมเนี่ยที่ให้หนูมาคุมตลาด”

“ก็ต้องคิดถูกสิคะคุณแม่” ณดาโผเข้ากอดแม่อ้อนๆเป็นการปิดปากไม่ให้แม่บ่นอะไรอีก

เมื่อสดศรีเดินไปที่แผงขายปลา ถามกิมฮวยว่า ได้ข่าวว่าไม่เอาของออกขายวันงานยกธงขาวหรือ

“อ๋อ...ไม่ล่ะค่ะอาคุณนาย อั๊วไม่อยากร่วมวงไพบูลย์กับโครงการของไอ้ต๋องสติเฟื่อง กลัวเจ็บตัว”

อ่านละคร รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 3 วันที่ 31 ก.ค. 55

ละคร รักเกิดในตลาดสด บทประพันธ์โดย : นราวดี
ละคร รักเกิดในตลาดสด บทโทรทัศน์โดย : สนุกคิด-สนิทเขียน
ละคร รักเกิดในตลาดสด กำกับการแสดงโดย : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รักเกิดในตลาดสด แนวละคร : โรแมนติก คอมเมดี้ เบาสมองตลกสนุกสนาน
ละคร รักเกิดในตลาดสด ผลิต : บริษัท แอ็คอาร์ต เจเนอเรชั่น จำกัด โดยผู้จัด ธัญญา วชิรบรรจง
ละคร รักเกิดในตลาดสด ออกอากาศ : ทุกวันศุกร์-เสาร์ และวันอาทิตย์
หลังข่าวภาคค่ำ 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ออกอากาศต่อจากละครเรื่องธรณีนี่นี้ใครครอง
ละคร รักเกิดในตลาดสด เริ่มออกอากาศ ตอนแรกวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2555
ที่มา ไทยรัฐ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความละครย่อTVตอนล่าสุด