@..อ่านละครรายวันตอนล่าสุด..@

อ่านละครย่อ รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 10/2 วันที่ 8 ส.ค. 55

อ่านละครย่อ รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 10/2 วันที่ 8 ส.ค. 55

ทันใดนั้นก็มีเสียงฟ้าร้อง ธีระหยุดเดินแล้วหันมอง เขาเห็นข้าวตูเดินจากไป ธีระมองแล้วส่ายหน้าก่อนจะหันหลังเดินกลับ
สายฝนสาดซัด ข้าวตูวิ่งเข้ามาหลบฝนที่เพิงข้างทาง เธอเดินไปเดินมาก่อนจะเตะข้างฝาด้วยความโกรธ แล้วทรุดลงนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ
ข้าวตูนึกถึงคำพูดของธีระ

“ผมว่าช่างเค้าเถอะพี่แดง ข้าวตูเค้าก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเราเค้าอยากไปก็ให้เค้าไปเถอะ”
“แต่ข้าวตูเป็นผู้หญิงนะ” กบแย้ง
“ก็เค้าบอกว่าเค้าดูแลตัวเองได้ เราจะไปห่วงเค้าทำไม”
ข้าวตูนึกถึงคำพูดของธีระก็ยิ่งร้องไห้หนัก ทันใดนั้นก็มีรถแล่นเข้ามาจอด ธีระนั่งอยู่ในรถ เขาบีบแตรเรียก ข้าวตูเงยหน้ามองเห็นธีระก็ทำเมินหน้า ธีระเปิดกระจกเรียก
“ตู พี่ขอโทษ ขึ้นรถเถอะ”
ข้าวตูนิ่งไม่ตอบ ธีระส่ายหน้าก่อนจะเปิดประตูลงจากรถพร้อมกางร่มเดินเข้ามาหาเธอ ข้าวตูหันมองแล้วเบือนหน้าหนี เธอเห็นเท้าของธีระก้าวเข้ามาหยุดใกล้ๆ

“นี่โกรธพี่จริงๆหรือ”
ข้าวตูไม่ตอบแต่น้ำตายังไหลริน
“กลับบ้านเถอะนะ เดี๋ยวไม่สบาย”
“ไม่ต้องมาห่วงตู พี่ธีจะไปไหนก็ไป”
“เอา ถ้าตูไม่ไปพี่ก็ไม่ไป พี่จะนั่งเป็นเพื่อน” ธีระลงมานั่งข้างๆ
“พี่ธีไม่ต้องมาทำเป็นดีกับตูหรอก”
ข้าวตูลุกเดินออกไป ธีระคว้ามือเธอไว้
“เดี๋ยวสิตู พี่บอกแล้วไงว่าพี่ขอโทษ ที่พี่พูดไปพี่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ตูเสียใจ เพียงแต่ ...”
“เพียงแต่อะไรคะ” ข้าวตูถาม
“เพียงแต่พี่ไม่อยากให้ตูไปกับพี่เอกเท่านั้นเอง”
“ทำไม ตูจะไปไหนกับใครก็ได้ เพราะตูไม่ใช่แฟนพี่ธี”
“แต่พี่ไม่อยากให้ไป”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ธี ในเมื่อพี่ธีบอกไม่ได้ชอบตู ปล่อย”
ข้าวตูสะบัดมือออกแล้วเดินออกไปกลางสายฝน เธอเดินตากฝนร้องไห้ไปเรื่อยๆ
“แล้วถ้าพี่บอกว่าพี่ชอบล่ะ” ธีระตะโกนไล่หลัง
ข้าวตูหยุดชะงักอย่างอึ้งๆ เธอหันกลับมามอง ธีระเดินเข้ามาหา
“ถ้าพี่จะบอกว่าชอบตู ยังทันมั้ย”
ข้าวตูมองธีระทั้งน้ำตา
“พี่ธีอย่ามาล้อเล่นกับตูแบบนี้นะ ตูไม่ชอบ”
ข้าวตูหันหลังเดินไป
“แต่พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ” ธีระบอก
ข้าวตูชะงักอีกครั้งแล้วหันมองหน้าธีระ
“พี่พูดจริง ๆ” ธีระย้ำ
ข้าวตูน้ำตาไหลพราก ธีระยิ้มให้ เขาเดินเข้ามาดึงข้าวตูเข้ามากอด ข้าวตูยิ้มทั้งน้ำตา ธีระกอดเธอท่ามกลางสายฝนชุ่มฉ่ำ

จินดานั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน อยู่ๆ เธอก็สะดุ้งเฮือก
“อุ้ย”
“อะไรคะคุณยาย” อรถาม
“จิ้งจกน่ะสิขี้ใส่”
“โบราณว่าจิ้งจกขี้ใส่จะโชคไม่ดีรึเปล่าคะ...เอ๊ะ หรือคุณธีจะมีเมียคะ” อรแซว
“เอ็งนี่มันปากกระโถนจริงๆ บอกให้ต่อโทรศัพท์หาคุณธีต่อรึยัง”
“ต่อแล้วค่ะ แต่ไม่มีสัญญาณ”
“มิน่าไม่มีใครโทรหาเราเลย” จินดาพูดไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น “แน่ะ พูดถึงก็โทรมาเลย”
“ไม่ใช่ค่ะ นี่เบอร์ส่วนตัวหนูค่ะ” อรบอก
“แล้วใครโทรมา”
“แฟนค่ะ ขอตัวนะคะ” อรเดินออกไปรับโทรศัพท์เสียงหวาน “ฮัลโหล ... “
จินดามองอย่างหมั่นไส้ “นังนี่ ไม่ช้าต้องท้องโตคาบ้าน”

แดงชะเง้อมองไปทางหน้าบ้านพักแล้วเดินไปเดินมา กบ เอก และไตรตั้นนั่งรออยู่ด้วย
“สองคนนั้นหายไปไหนกันนะ” แดงกระวนกระวาย
“นั่นสิ ผมก็ตามหาทั่วแล้วนะ” เอกบอก
“หรือฝนตกเลยแอบไปหลบที่ไหนกัน” กบเดา
“พี่กบหมายถึงเค้าสองคนเข้าใจกันแล้วหรือ” แดงถาม
“ถ้าไม่เข้าใจกัน จะหายไปได้ไงทั้งสองคน”
“นั่นไงครับ น้าธีกลับมาแล้วครับ” ไตรตั้นบอก
รถของธีระเลี้ยวเข้ามา ไตรตั้นรีบวิ่งไปหา ธีระกับข้าวตูเปิดประตูลงมาจากรถ ทุกคนเดินออกมาหา ธีระกับข้าวตูมองสบตากันแล้วยิ้มเขินๆ แดง กบและเอกมองทั้งสองอย่างสำรวจ
“น้าธีไปเที่ยวไหนมาครับ กลับมาซะมืดเลย” ไตรตั้นถาม
ธีระบอกกับทุกคน “พอดีผมขับรถหลงทางนิดหน่อย”
“พี่ว่าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ เดี๋ยวไม่สบาย” แดงบอก
ข้าวตูรับคำ “ค่ะ”
ข้าวตูเดินผ่านไป ธีระเดินตาม เอกจะเดินตามแต่กบรีบพูด
“ชั้นว่าแกกลับบ้านได้แล้วนะไอ้เอก”
“ชั้นจะถามตูเค้าว่าตกลงพรุ่งนี้เค้าจะไปล่องแก่งรึเปล่า” เอกบอก
“แต่ชั้นว่าเค้าไม่ไปแล้วล่ะ” กบตอบแทน
“หมายความว่า...”
“พี่เอกคงต้องไปล่องแก่งคนเดียวแล้วล่ะ” แดงบอก “ไปลูกเข้าบ้าน”
แดงพาไตรตั้นเดินเข้าบ้านไป เอกมองหน้ากบแล้วถอนใจ
“เสียดายจริง ๆ สวยน่ารักซะด้วย” เอกบอก
กบตบไหล่ “ถือซะว่าไม่มีบุญโว้ย”
“งั้นชั้นคงต้องลาแค่นี้”
“ขอบใจนะ ที่ให้ยืมบ้าน”
“ว่างก็มาเที่ยวอีกนะ”
“อืมม์”
“แต่ถ้าน้องตูเค้าเลิกกับธีเมื่อไหร่ โทรบอกชั้นทันทีนะ” เอกบอก
“เออ” กบรับคำอย่างขำๆ เอกขึ้นรถแล้วขับออกไป กบมองตามแล้วยิ้มขำ “ไม่อยากจะบอกมันเลยว่ามันหมดสิทธิ์แล้ว”
กบยิ้มแล้วหันเดินเข้าบ้านไป

ข้าวตูอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องพัก ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ข้าวตูหันมองก็เห็นแดงเปิดประตูเข้ามา
“พี่คุยด้วยได้มั้ย” แดงถาม
“เชิญค่ะ” ข้าวตูบอก
“ตอนฝนตกหายไปไหนกันมา”
“พอดีฝนมันตกหนักน่ะค่ะ พี่ธีก็เลยจอดอยู่ข้างทาง”
“แล้วนั่งกันอยู่ในรถสองคนน่ะหรือ”
“ค่ะ รอให้ฝนมันซา”
“แล้วคุยอะไรกัน” แดงถามต่อ
“ก็ทั่วๆไปน่ะค่ะ”
“หมายความว่าตอนนี้เข้าใจกันดีแล้วใช่มั้ย”
ข้าวตูมองหน้าแดงอย่างเขิน ๆ
“ตกลงเป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ย” แดงถามอย่างรู้ทัน
“พี่แดงถามพี่ธีเองแล้วกัน” ข้าวตูปัด
ข้าวตูอมยิ้ม แดงมองหน้า
“พี่ดีใจด้วยนะ ที่เธอสองคนเข้าใจกันได้ซะที พี่ก็ลุ้นแทบแย่”
“ขอบคุณค่ะพี่แดง”
“แต่พี่ขอเตือนอย่างนะ แม่พี่แกรักและหวงลูกชายมาก ยังไงพี่ก็อยากให้ตูเข้มแข็งและอดทนมากกว่ามาตรฐานซักสามเท่า” แดงเตือน
“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”
“ใช่ ที่พี่เตือนเพราะไม่อยากให้ความรักของเธอทั้งสองต้องล่มกลางทาง”
“ขอบคุณพี่แดงมากค่ะ ตูจะจำไว้” ข้าวตูยืนยัน แดงยิ้มให้แล้วเดินออกไปจากห้อง ข้าวตูยิ้มกับตัวเอง “ขอแค่พี่ธีรักเรา เราก็จะอดทนกับทุกอย่าง”

เช้าวันใหม่ ธีระยืนมองบรรยากาศยามเช้าแล้วสูดอากาศอย่างสดชื่น กบถือแก้วกาแฟเข้ามาให้
“กาแฟธี”
“ขอบคุณครับพี่กบ วันนี้อากาศดีจังนะครับ ชักอยากจะอยู่ต่ออีกสองสามวันแล้ว” ธีระบอก
“ก็อยู่สิ เอกไม่ว่าหรอก”
“ก็พี่กบกับพี่แดงจะกลับแล้ว ผมจะอยู่ได้ยังไง”
“ก็ชวนข้าวตูเค้าอยู่เป็นเพื่อนสิ”
“มันจะน่าเกลียดน่ะสิครับพี่กบ”
“คนชอบกันมันจะน่าเกลียดได้ไง”
“เอ่อ ...” ธีระเขิน
“นายไม่ต้องปิดพี่หรอก คนที่นายควรจะปิดคือแม่นายมากกว่า”
ธีระถอนใจ “แต่ครั้งนี้ผมคิดว่าผมจะไม่ให้แม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้าวตู”
“แล้วผู้หญิงเค้าจะยอมหรือ”
“ผมคงต้องคุยให้เค้าเข้าใจ ถ้าเค้ารับได้ เราก็จะเดินหน้าไปด้วยกัน”
“พี่เอาใจช่วยนะ ไม่อยากเห็นนายผิดหวังอยู่เรื่อย ๆ”
กบตบไหล่ธีระ ทั้งสองยิ้มให้กัน แล้วกบก็เดินไป ธีระจิบกาแฟที่ถืออยู่ในมือ

ธีระกับข้าวตูจับมือกันเดินอยู่ในสวนที่มีน้ำตาร่มรื่น ทั้งสองเดินคุยกันอย่างสดชื่น ข้าวตูพูด ธีระยิ้มฟัง ทั้งสองชี้ชวนดูนกและดูธรรมชาติ

ธีระกับข้าวตูเดินมาตามทางแล้วชวนกันปีนลงมาที่ธารน้ำตก
“ระวังนะ” ธีระบอก
ธีระจับมือข้าวตู ข้าวตูกระโดดลงพื้นแล้วก็ยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายธีระ
“ยิ้มหน่อยค่ะพี่ธี”
ธีระยิ้มให้ ข้าวตูกดถ่ายภาพธีระไปหลายภาพ ธีระกระโดดตามลงมา

ข้าวตูกับธีระนั่งอยู่บนโขดหินริมน้ำ
“น้ำใสแจ๋วเลย ตูเล่นได้มั้ยคะ” ข้าวตูถามธีระ
“อยากเล่นจริงหรือ” ธีระถามย้ำ
“จริงค่ะ เล่นด้วยกันนะคะพี่ธี”
“ไม่ล่ะ ตูเล่นเถอะ”
ข้าวตูกระโดดลงน้ำทันที
“เย็นสบายจังเลยค่ะพี่ธี ลงมาเล่นด้วยกันเถอะค่ะ”
“ไม่ดีกว่า พี่ว่าพี่แก่เกินไปแล้ว”
“แก่อะไรกันคะ มาเถอะค่ะ”
“ไม่ล่ะ พี่ถ่ายรูปให้ดีกว่า”
ธีระหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายข้าวตู
“งั้นพี่ธีดูนะคะ ตูจะโดด ถ่ายให้ทันนะ หนึ่ง..สอง..สาม..”
ข้าวตูกระโดดขึ้นเหนือน้ำ ธีระกดถ่ายภาพ
“สวยมั้ยคะ”
“สวยจ้ะ” ธีระตอบ
“ไหนขอดูหน่อยค่ะ” ธีระส่งกล้องให้ข้าวตูดู “ไม่เห็นหน้าตูเลย ไหนบอกว่าสวย”
“งั้นเดี๋ยวพี่ถ่ายให้ใหม่”
ธีระกดถ่ายภาพข้าวตูอีกสามรูปแล้ววางกล้องลง
“น้ำเย้นเย็น” ข้าวตูบอก
“พี่ว่าขึ้นเถอะ เดี๋ยวไม่สบาย” ธีระเตือน
“ก็ได้ค่ะ ช่วยดึงหน่อยสิคะ”
ข้าวตูส่งมือให้ธีระจับ ธีระไม่ทันระวัง ข้าวตูจึงกระชากธีระจนหล่นลงน้ำ ข้าวตูหัวเราะชอบใจ
“เป็นไงคะพี่ธี เย็นมั้ยคะ”
ธีระขึ้นมาจากน้ำด้วยสีหน้านิ่งเหมือนโกรธจัด ข้าวตูชะงักด้วยความตกใจ ธีระหันหลังให้ ข้าวตูยกมือไหว้
“ตูขอโทษค่ะ พี่ธีโกรธตูหรือคะ”
ธีระยังนิ่งไม่ตอบ ข้าวตูรีบเข้าไปหา
“ตูขอโทษนะคะพี่ธี ตูแค่อยากให้พี่ธีลงมาเล่นน้ำด้วย”
ธีระยังนิ่ง
“จะให้ตูทำยังไงถึงจะหายโกรธคะ”
ธีระหันมากอดข้าวตู
“อุ๊ย พี่ธี ปล่อยตูนะ”
“ไม่ปล่อย พี่หนาว”
“หนาวก็ขึ้นสิคะ”
“ไม่ เพราะพี่กอดตูแล้วหายหนาว”
“พี่ธีน่ะ ขี้โกง เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า อายเค้าแย่นะคะ เราไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
“ก็ไหนเมื่อกี้ตูบอกว่าพี่ยังหนุ่ม”
ธีระมองยิ้มๆ ข้าวตูมองสบตาแล้วยิ้ม ธีระจูบหน้าผากข้าวตูก่อนจะเชยคางขึ้นจูบจมูกแล้วมองข้าวตู ข้าวตูยิ้มอาย ธีระจูบริมฝีปากแล้วทั้งสองก็กอดกันอยู่กลางน้ำ

ข้าวตูว่ายน้ำหนี ธีระว่ายตามแล้วคว้าตัวมากอด ทั้งสองหยอกล้อหัวเราะกันอย่างมีความสุข

เวลาผ่านไป ธีระเปลี่ยนชุดแล้วเอาของใส่ท้ายรถที่จอดอยู่ใกล้น้ำตกแล้วปิดฝากระโปรงรถ ข้าวตูที่เปลี่ยนชุดแล้วเช่นกันกำลังยืนชมวิวอยู่ ธีระเดินเข้ามากอด
“วันหลังมีเวลา เรามาเที่ยวกันอีกนะคะ” ข้าวตูชวน
“ได้สิ ตูเคยบอกว่าตูชอบทะเลไม่ใช่หรือ”
“ค่ะ พี่ธียังไม่บอกเลยว่าพี่ธีชอบทะเลรึเปล่า”
“ตูชอบอะไรพี่ก็ชอบด้วย”
“พี่ธีวันนี้กับวันที่ผ่านมา เหมือนเป็นคนล่ะคนเลยนะคะ”
“พี่ขอโทษ ที่พี่ต้องทำไม่สนใจตูก็เพราะ...”
“ตูรู้ค่ะ เพราะคุณแม่พี่ธีหวงพี่ธี”
“แล้วตูคิดยังไงกับเรื่องนี้”
“ตูบอกพี่ธีเลยนะคะ ตูไม่สนใจเรื่องนั้นหรอกค่ะ”
“แต่พี่จะไม่พาตูไปรู้จักกับแม่พี่เลยนะ”
“แล้วแต่พี่ธีค่ะ เพราะตูคิดว่าชีวิตคู่มันเป็นเรื่องของเราสองคนไม่ว่าแม่พี่ธีจะชอบหรือไม่ชอบตู ตูก็จะไม่มีวันไปจากพี่ธี”
ธีระมองข้าวตูอย่างประทับใจ
“ขอบใจนะที่ตูเข้าใจในตัวพี่”
ธีระดึงข้าวตูเข้ามากอด

ธีระขับรถแล่นลงเขาไปในทางอันสวยสงบ
จินดานอนหลับอยู่บนโซฟา ประตูบ้านเปิดเข้ามาโดยช้อย ใหญ่ ภาเดินเข้ามาเห็นจินดากำลังหลับและมีเสียงกรนเบาๆ
“พี่จินดา” ช้อยเรียก
จินดายังคงนอนหลับ ใหญ่เข้ามาเขย่าตัว
“พี่จินดา”
จินดาสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นช้อย ใหญ่ และภา
“อ้าว แม่ช้อย น้องใหญ่ ยัยภาทำไมมาเงียบ ๆ” จินดาถาม
“เงียบอะไร เห็นประตูบ้านเปิดอยู่เลยเดินเข้ามา” ใหญ่บอก
“แล้วนังอรไปไหน” จินดาถามต่อ
“คงไม่อยู่มั้ง ไม่เห็นมันเลยนี่” ภาตอบ
“นังนี่ เราเผลอหลับหน่อยเดียว เป็นต้องออกไปข้างนอก”
“พี่จินต้องด่ามันนะ ปล่อยให้พี่จินอยู่คนเดียวได้ยังไง เกิดไฟไหม้ ไฟคลอกเราขึ้นมา ตายเลยนะ” ใหญ่บอก
“น้องใหญ่ก็พูดไป” ช้อยปราม
“มันก็เกิดกันได้นะพี่ช้อย” ใหญ่ย้ำ
“แล้วนี่หายไปไหนซะนาน ไม่มาเยี่ยมชั้นเลย”
“ก็บอกแล้วว่าไปไหว้พระที่อินเดียไง” ภาบอก
“เออ ใช่สิ เราก็ดันจำไม่ได้”
จินดามองไปที่ประตูก็เห็นเห็นชายในชุดเสื้อขาวกางเกงขาวเหมือนคนถือศีลเดินเข้ามา
“อ้าว แล้วนั่นใคร” จินดาถาม
“อาจารย์สมภพ” ช้อยบอก
“นี่พวกแกไปเรียนพิเศษกันมาหรือ”
“ไม่ใช่พี่จิน นี่อาจารย์สมภพ หกสัมผัสไงเล่า” ช้อยบอก
“พอดีชั้นจะพาท่านอาจารย์กลับสำนัก นึกถึงพี่จินขึ้นมาได้ เห็นเจ็บออดๆแอดๆ เลยขอให้ท่านมาดูดวงชะตาให้หน่อย” ภาอธิบาย
“อ๋อ อาจารย์สมภพ ที่เค้าบอกรู้ทุกอย่างน่ะหรือ” จินดาเพิ่งเข้าใจ
อาจารย์สมภพมองหน้าจินดาแล้วเอ่ยขึ้น
“เจ้าต้องระวังนะ เพราะเจ้ากำลังจะมีเคราะห์หนัก”
จินดาตกใจ
“หา... จริงหรือคะ ท่านอาจารย์”
“อย่าไปถามอย่างนี้สิพี่จิน เดี๋ยวท่านอาจารย์โกรธ” ช้อยเตือน
“ขอประทานโทษค่ะ แล้วเคราะห์ของลูกช้างมันเป็นยังไงหรือคะ” จินดาถาม
“เคราะห์ของเจ้า เกิดจากคนใกล้ตัว เจ้าจะเสียของรัก” สมภพบอก
จินดาตกใจ “หา ...”
“พี่จิน แก้วแหวนเงินทอง ต้องเก็บให้ดีนะ เอามาฝากพวกชั้นก่อนมั้ย” ใหญ่ถาม
สมภพพูดต่อ “ไม่ใช่วัตถุ แต่เป็นสิ่งมีชีวิต”
“หมายถึงคนหรือคะ”
“ก็เจ้ารักอะไรล่ะ”
จินดาอึ้ง
“นั่นล่ะเจ้าจะเสียมันไป เอาล่ะ ห้องส้วมอยู่ไหน”
“อาจารย์จะไปดูฮวงจุ้ยหรือคะ” ภาถาม
“ไม่ใช่ อาจารย์ปวดท้องฉี่”
“ต้องขอโทษด้วยค่ะลืมไปว่าอาจารย์ปวดท้องฉี่ตั้งแต่อยู่ในรถ เอ้า น้องใหญ่ เธอพาไปซิ”
“เชิญทางนี้เลยค่ะท่านอาจารย์” ใหญ่พูดแล้วเดินนำไปทางหลังบ้าน
“หรือว่าจะเสียลูกชายพี่จิน” ช้อยวิเคราะห์
“งั้นชั้นว่าพี่จินต้องบอกลูกชายนะว่าวันนี้อย่าขับเครื่องบิน” ภาบอก
“มันคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” จินดาว่า
“แต่อย่าลืมนะ อาจารย์สมภพแกมีสัมผัสที่หกนะพี่จิน” ช้อยย้ำ
จินดาใจคอไม่ดี ทันใดนั้นธีระก็เดินเข้าบ้านมา
“หวัดดีครับแม่”
“ธีลูกแม่...”
“หวัดดีครับป้าช้อย น้าภา”
“ลูกมานี่ เร็ว” จินดาเรียกด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“เป็นอะไรครับแม่”
“เมื่อกี้หมอดูเค้าบอกว่าแม่จะเสียของรัก”
ธีระมองแม่อย่างงงๆ
“กัปตัน วันนี้มีบินมั้ย” ช้อยถาม
“มีพรุ่งนี้ครับ” ธีระบอก
“อย่าบินนะ ช่วงนี้เป็นไปได้ หยุดลาพักร้อนเลย”
“คงไม่ได้หรอกครับน้าภา” ธีระบอก
“แต่มันเกี่ยวกับความเป็นความตายนะ” ช้อยบอก
ทันใดนั้นสมภพเดินออกมากับใหญ่
“มันไม่ถึงกับตายหรอก แม่ช้อย” สมภพบอก
“จริงหรือคะท่านอาจารย์”
“นี่ลูกชายอิชั้นค่ะอาจารย์ เค้าเป็นกัปตันเครื่องบิน” จินดาแนะนำ
ธีระมองสมภพอย่างงงๆ ก่อนจะยกมือไหว้
“สวัสดีครับ”
สมภพเดินเข้ามาหยุดมองจ้องหน้าธีระ ธีระมองอย่างงงๆ
“คุณเป็นคนดีมาก รักพ่อแม่ มีความกตัญญูรู้คุณ คุณจะไม่มีวันตกอับ”
จินดา ช้อย ภาและใหญ่มองจ้อง
“แต่ผมจะเตือนคุณเรื่องนึง” สมภพบอก
“อะไรหรือคะท่าน” จินดาถาม
“อะไรที่คุณคิดอยู่ อย่าบอกให้ใครรู้ มิฉะนั้น คุณจะต้องเสียใจไปตลอดทั้งชีวิต”
ธีระชะงักกับคำพูดของสมภพ

อ่านละครย่อ รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 10/2 วันที่ 8 ส.ค. 55

ละครเรื่อง รักคุณเท่าฟ้า บทประพันธ์ และ บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่อง รักคุณเท่าฟ้า กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่อง รักคุณเท่าฟ้า ดำเนินงานสร้างโดย ธีรเดช-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ บริษัท ซิติเซ่น เคน จำกัด
ติดตามชมละครเรื่อง รักคุณเท่าฟ้า ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา manager.co.th




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความละครย่อTVตอนล่าสุด