@..อ่านละครรายวันตอนล่าสุด..@

อ่านละครย่อ รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 12 วันที่ 13 ส.ค. 55

อ่านละครย่อ รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 12 วันที่ 13 ส.ค. 55

จินดาพูดอย่างลำบากเพราะปากด้านซ้ายเบี้ยว
“ไหนคุณป้าลองขยับนิ้วมือข้างซ้ายซิคะ” หมอลลิตาบอก
จินดาพยายามขยับมือแต่ก็ทำไม่ได้
“ข้างขวาล่ะคะ” หมอลลิตาบอกอีก
จินดาขยับนิ้วข้างขวาให้ดู

“ไหนยิ้มกับหมอซิคะ”
จินดาพยายามยิ้มแต่หน้าด้านซ้ายนิ่งไม่ขยับ
“เอาล่ะค่ะ คุณป้าพักผ่อนนะคะ” หมอลลิตาบอก
หมอลลิตาหันมาบอกหมอวิชิต
“เป็นสโตรค สมองด้านขวาขาดเลือด”

“เป็นไงบ้างคะคุณหมอ อาการดีขึ้นมั้ยคะ” แดงถาม
“ตอนนี้คุณป้า มีอาการปากเบี้ยวด้านซ้ายครับ” หมอวิชิตบอก
ธีระตกใจ “ปากเบี้ยวหรือครับ เกิดจากอะไรครับ”
“ผมจะให้คุณหมอลลิตา ซึ่งเป็นคุณหมออายุรกรรมเส้นประสาทอธิบายครับ”
“คืออย่างนี้ค่ะ” หมอลลิตาอธิบาย “จากที่น้ำตาลในเลือดคนไข้สูงมาก ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองด้านขวาชำรุด มีผลทำให้กล้ามเนื้อด้านซ้ายเป็นอัมพฤกษ์ไปข้างนึง”

“แต่ไม่ได้เป็นอัมพาตใช่มั้ยครับ” ธีระถามต่อ
“มีสิทธิ์ที่จะเป็นและไม่เป็นค่ะ” หมอลลิตาตอบ
“หา... นี่แม่จะเป็นอัมพาตเลยหรือ” แดงร้องไห้โฮ กบดึงภรรยาเข้ามากอด
“คงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกแดง” กบปลอบใจ
“แล้วทางรักษาล่ะครับ” ธีระถาม
“เราต้องให้ยาเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทค่ะแต่หมอต้องแจ้งให้ทางญาติทราบก่อนว่ายาเข็มล่ะเจ็ดหมื่นบาท”
แดงตกใจ “เจ็ดหมื่นหรือคะ”
“แต่ฉีดแล้วหายแน่ใช่มั้ยครับ” ธีระถาม
“หมอยังตอบไม่ได้ค่ะ เพราะในกรณีของคุณป้าเป็นภาวะที่เราต้องลองเสี่ยงดู เพราะฉีดแล้วอาจจะหายหรือไม่หายก็ได้”
“ธีว่าไง” กบถาม
“ผมว่าฉีดเถอะครับ” ธีระบอก
“โอเคนะคะ หมอจะได้ฉีดให้คนไข้ เพราะต้องฉีดภายในสองชั่วโมงนี้”
“ครับ” ธีระตอบรับ
หมอลลิตากับหมอวิชิตเดินกลับเข้าไปในห้อง
“เข็มตั้งเจ็ดหมื่นถ้าไม่หายล่ะธี” แดงถามน้องชาย
“ช่างมันเถอะน่าพี่แดง ชีวิตแม่สำคัญกว่า”
ธีระหน้าเครียด ข้าวตูมองธีระ ธีระหันมาสบตาแล้วเดินเข้าไปกอดข้าวตูก่อนจะมองเข้าไปในห้อง

จินดานอนหลับตานิ่งอยู่ในห้องฉุกเฉิน
ธีระเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าห้อง
“แกว่าแม่จะหายมั้ยธี” แดงถาม
“ต้องหายสิ” ธีระบอก
“แล้วถ้าแม่ไม่หาย แม่ต้องเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตเลยหรือ สงสารแม่จังเลยธี ฮือ ฮือ“ แดงเข้าไปกอดธีระ
“อย่าคิดมากสิแดง แม่ต้องหาย เชื่อพี่” กบบอก
“พี่กบพาพี่แดงกลับบ้านก่อนเถอะ” ธีระบอก
“ไม่ พี่จะอยู่ดูแม่”
“เชื่อผม พี่แดงกลับไปก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาสลับกับผม ถ้ามีอะไรผมจะโทรบอกพี่แดงเอง”
“ถูกของธี พี่ว่าเรากลับก่อนเถอะ” กบเสริม
“ให้ตูอยู่เป็นเพื่อนพี่ธีนะคะ” ข้าวตูบอก
“ไม่ต้องหรอก ตูกลับไปพักเถอะ” ธีระพูด
“แต่ตูอยากอยู่กับพี่ธี”
“กลับบ้านเถอะ แล้วพรุ่งนี้พี่จะไปหา”
ข้าวตูยอม “ก็ได้ค่ะ”
“ไปตู” กบบอก
กบ แดงและข้าวตูเดินออกไป ธีระยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินคนเดียว

ธีระแง้มประตูเข้ามาในห้องฉุกเฉิน เขาเดินเข้ามาดูก็เห็นแม่ของเขานอนลืมตา
“แม่ แม่เป็นยังไงบ้างครับ”
สีหน้าจินดายังนิ่งและเมินเฉย
“แม่ นี่ธีนะครับ”
จินดาเบือนหน้าไปอีกทาง ธีระชะงัก
“แม่ยังโกรธผมอยู่หรือครับ”
จินดาไม่ตอบ ธีระเดินอ้อมไปหา
“แม่ ...”
จินดาหันหน้ากลับไปอีกทาง ธีระมองด้วยความเสียใจ
“แม่ ผมขอโทษ ผมอยากให้แม่รู้ว่าผมยังรักแม่เสมอไม่มีวันไหนที่ผมไม่รักแม่นะครับ”
จินดายังนิ่งและเมินเฉย ธีระมองแม่ด้วยความเสียใจก่อนจะหันเดินออกไปอย่างหงอยๆ จินดา
นอนนิ่งสีหน้าเรียบเฉย

ธีระเดินออกมาหน้าห้อง ลงนั่งที่เก้าอี้ด้วยความรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดซึ่งเขาก็ได้แต่ถอนใจ

ที่บ้านข้าวตู ข้าวตูเทน้ำใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่ม เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่กิดขึ้นในวันนี้
เสียงหมอดังขึ้นในหัวของเธอ “คืออย่างนี้ค่ะ จากที่คุณป้าเป็นเบาหวานแล้วคงไม่ได้ทานยาต่อเนื่องเลยทำให้เส้นประสาทซีกขวาอาจจะชำรุด มีผลให้กล้ามเนื้อด้านซ้ายเป็นอัมพฤกษ์ไปข้างนึง”
“แต่ไม่ได้เป็นอัมพาตใช่มั้ยครับ” ธีระถาม
“มีสิทธิ์ที่จะเป็นและไม่เป็นครับ” หมอตอบ
ข้าวตูนึกถึงตอนที่แดงร้องไห้
แดงดังขึ้นในหัวข้าวตู “แล้วถ้าแม่ไม่หาย แม่ต้องเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตเลยหรือ สงสารแม่จังเลยธี ฮือ ฮือ” แดงโผเข้ากอดธีระ
ข้าวตูนึกถึงเรื่องทั้งหมดแล้วก็ถอนใจ
“เฮ้อ เราก็แค่คนนอก ไม่รู้จะช่วยยังไง”
ข้าวตูทิ้งตัวลงนอนแล้วปิดไฟ

เช้าวันใหม่ที่โรงพยาบาล หมอลลิตาส่องไฟที่ดวงตาของจินดาทั้งซ้ายและขวา จากนั้นหมอก็เคาะขาข้างซ้าย จินดาไม่มีการตอบสนอง
หมอวิชิตถาม “เป็นไง”
หมอลลิตาส่ายหน้า หมอวิชิตเดินออกไป

หมอวิชิตเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน แดง กบ ธีระ ข้าวตู ช้อย ใหญ่และภานั่งรออยู่ที่หน้าห้อง
“เป็นไงบ้างครับคุณหมอ” ธีระเข้าไปถาม
“ยาที่ฉีดเข้าไปไม่ได้ผล” หมอวิชิตตอบ
“หมายความว่าแม่ต้องเป็นอัมพาตหรือคะ” แดงถาม
หมอลลิตาตอบ “ค่ะ เป็นอัมพาตทางด้านซีกซ้าย”
“โธ่พี่จิน เวรกรรม” ช้อยสงสารขึ้นมาจับใจ
“คุณหมอคะ นี่หมายความว่าพี่จินจะปากเบี้ยว เดินไม่ได้หรือคะ” ใหญ่ถาม
หมอลลิตาตอบสั้นๆ “ค่ะ”
“ถ้ารู้ว่าไม่หายให้เราฉีดทำไมคะ เสียดายเงินค่ายาตั้งเจ็ดแปดหมื่น” ภาสงสัย
“คุณป้าครับ คุณหมอแจ้งให้เราทราบแล้วครับ” ธีระพูดแล้วหันไปถามหมอ “แล้วขั้นตอนต่อจากนี้เป็นยังไงครับ”
“หลังจากที่คนไข้แข็งแรงขึ้น หมอก็จะให้ทำกายภาพบำบัดซักพักแล้วค่อยกลับบ้านค่ะ”
“แต่ต่อไปนี้ต้องมีคนดูแลแกอย่างใกล้ชิดนะครับ” หมอวิชิตเสริม “เพราะแกเองก็ไม่สามารถดูแลตัวเองได้”
“ครับ ขอบคุณครับคุณหมอ”
“พี่ว่าให้แม่ไปอยู่บ้านพี่ดีกว่า พี่จะได้ดูแลแกได้” แดงเสนอ
“ก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวผมจะหาพยาบาลประจำให้ไปอยู่ด้วย” ธีระบอก
“แต่ป้าว่าความจริง หนูข้าวตูก็อยู่ว่างๆไม่ใช่หรือ” ช้อยบอก
“นั่นสิ หนูควรจะมาดูแลป้าจินเค้า มาอยู่ใกล้ชิด แกอาจจะเห็นใจก็ได้นะ” ใหญ่เห็นด้วย
“คงไม่ได้หรอกครับ ข้าวตูเค้ามีงานต้องทำ” ธีระบอก
“แต่ตูทำได้นะคะพี่ธี บางทีอาจจะดีอย่างที่คุณป้าพูดก็ได้” ข้าวตูรีบพูด
“มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะตู” ธีระท้วง “การดูแลคนแก่มันไม่ง่ายหรอก ให้พยาบาลมาดูแลเถอะ”
“แหม กัปตันนี่ก็หวงแฟนจัง มิน่าแม่ถึงงอน” ภาว่า
กบตัดบท “เอาล่ะครับคุณป้า ผมว่าเราเข้าไปดูคุณแม่กันดีกว่า”
“ดีเหมือนกัน ไป ไป พวกเรา” ช้อยเดินนำ
ช้อย ใหญ่ ภา กบและแดงเปิดประตูห้องเข้าไป ธีระเดินตาม ข้าวตูจะตามไปแต่ธีระชะงัก
“เอ่อ ตู พี่ว่าตูรอข้างนอกดีกว่า”
“พี่ธีกลัวว่าคุณแม่จะโกรธตูหรือ” ข้าวตูถาม
“ใช่ ถ้าแม่เห็นตูแกต้องโกรธแล้วพาลไปกันใหญ่แน่”
“ก็ได้ค่ะ งั้นตูรอข้างนอกนะคะ”
“จ้ะ เดี๋ยวพี่มา”
ธีระเดินเข้าไป ข้าวตูมองตามอย่างอดที่จะรู้สึกอึ้งไม่ได้ เธอถอนใจแล้วเดินไปนั่งรอตามลำพัง

แดงเดินเข้ามาหาจินดาที่เตียง ขณะที่จินดายังนอนนิ่ง
“แม่นี่แดงนะ แดงมาเยี่ยมแม่”
“ออกไป” จินดาไล่ทั้งๆ ที่ยังพูดไม่ชัด
แดงก้มหน้าลงไปถาม “แม่พูดอะไรนะ”
“ออกไป”
แดงชะงัก “แม่ไล่แดงหรือ”
“ออกไป”
กบชะงักมองหน้าแดง แดงร้องไห้
“แม่ ...”
“พี่จิน ใจเย็นน่า อย่าไปคิดอะไรมากเลย ลูกๆเค้าเป็นห่วงนะ” ช้อยบอก
“เอาไว้หายค่อยว่ากัน” ใหญ่เสริม
“ใช่ ตอนนี้เอาชีวิตเราให้รอดก่อนน่า นะ อย่าโกรธเค้าเลยนะ” ภาช่วยกล่อม
จินดายกมือข้างขวาโบกไล่
“แม่ครับ พวกเราขอโทษ อย่าโกรธพวกเราเลยนะครับ” ธีระบอก
จินดาหันหน้าหนีไปอีกทาง
“พี่จิน อย่าทำอย่างนี้น่า ลูกๆมันจะเสียใจ เราเองก็มีกันไม่กี่คน” ช้อยว่า
“แม่ แดงขอโทษ”
จินดาโบกมือให้ออกไป
“พี่ว่าเราออกไปข้างนอกก่อนไป” กบเสนอ
แดงอึกอัก “แต่ว่า”
“เชื่อพี่สิ ไป” กบบอก ธีระมองแม่
“ป้าว่าออกไปก่อนเถอะกัปตัน ตอนนี้แกยังโกรธอยู่ เดี๋ยวให้พวกป้ากล่อมก่อน รับรองเดี๋ยวก็ดีเอง” ภาเสนอ
“ใช่ ออกไปก่อนไป เดี๋ยวป้าไปเรียก” ใหญ่เห็นด้วย
ธีระจำใจเดินออกไปจากห้องพร้อมกับกบและแดง
“พี่จิน นี่พวกเราเองนะ” ช้อยพูด จินดาหันมามอง “จำชั้นได้มั้ยว่าชั้นคือใคร”
จินดาพยักหน้าแล้วพยายามพูดแต่ไม่ชัด
“ช้อย”
“ดีมาก” ช้อยบอก

ธีระ แดงแลละกบเดินออกมาหน้าห้องฉุกเฉิน ข้าวตูลุกขึ้นถามอย่างเป็นห่วง
“คุณป้าว่าไงคะ”
“แม่ไม่ยอมพูดกับพวกเรา ทำไงดีพี่กบ ธี ขืนเป็นอย่างนี้แม่คงไม่ยอมไปอยู่กับเราให้เราดูแลแน่” แดงร้อนใจ
“ให้เวลาแม่อีกซักพักน่ะ ตอนนี้แกก็โกรธไปอย่างงั้น พี่ว่าอีกซักพักแกคงจะให้อภัย” กบบอก
“แต่ผมว่าไม่ แม่จะใช้วิธีนี้เป็นเงื่อนไขบังคับผม” ธีระพูด
“งั้นพี่ว่าแกต้องตัดสินใจแล้วล่ะธีว่าเราจะปล่อยให้แม่เป็นอย่างนี้หรือว่า...” แดงไม่กล้าพูดต่อ
“ผมบอกแล้วไง ไม่ว่าจะยังไงผมก็จะไม่เลิกกับตู” ธีระยืนยัน
ช้อย ใหญ่ และภาเปิดประตูเดินออกมา
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วหลาน ๆ” ช้อยบอก
“แม่เป็นอะไรคะคุณป้า” แดงตกใจ
“แม่ไม่ได้เป็นอะไร แต่พวกเธอจะเป็น” ใหญ่บอก
“มีเรื่องอะไรพูดมาเลยครับ” กบเร่ง
“แม่ยายเธอเค้าบอกว่าเค้าจะไม่ไปอยู่กับพวกเธอ” ภาบอก
“แล้วแม่จะอยู่ยังไงครับ” ธีระถาม
“เค้าบอกเค้าจะกลับไปอยู่บ้านเค้า” ช้อยเล่า
“แล้วจะไปอยู่กับใครคะที่บ้านไม่มีคนดูแลนะ” แดงงง
“ชั้นบอกเค้าแล้วว่าไม่มีคนดูแล แต่เค้าบอกเค้าอยู่คนเดียวได้” ใหญ่บอก
“แม่พูดอย่างงั้นหรือ” กบถาม
“เปล่า เค้าเขียนหนังสือ” ภาตอบ
“เราจะปล่อยให้แม่อยู่คนเดียวไม่ได้นะธี” แดงพูดกับน้องชาย
“ไม่ต้องห่วง พวกป้าลงความเห็นแล้วว่าจะย้ายมาอยู่เป็นเพื่อนกับพี่จินเอง” ช้อยบอก
ธีระสงสัย “จะมากันทั้งหมดเลยหรือครับ”
“ใช่สิ มาคนเดียวมันเหงา อยู่หลายๆคนสนุกดี” ใหญ่บอก
“ไม่ต้องห่วงนะกัปตัน พวกเราจะดูแลแม่เธออย่างดี” ภาพูด
ธีระยกมือไหว้ “ผมต้องขอบคุณคุณป้าทุกท่านนะครับที่อุตส่าห์มาช่วยดูคุณแม่”
“ก็บอกให้แฟนกัปตันอยู่ กัปตันไม่ยอมเองนี่” ช้อยว่า
ข้าวตูฝืนยิ้มกับคำพูดของช้อยแล้วก็หันเดินออกไปจากกลุ่ม ธีระมองตาม
“งั้นป้าเข้าไปดูแม่เค้าก่อนนะ” ใหญ่บอก
“ครับ” ธีระรับคำ กลุ่มป้าทั้งสามเดินเข้าไปในห้อง ธีระมองตามข้าวตู

ข้าวตูเดินมาที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาลแล้วหยุดคิด ธีระเดินตามมา
“เป็นอะไรรึเปล่าตู”
“อ๋อ ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“พี่จะบอกตูว่าอย่าไปสนใจที่พวกคนแก่พูดเลยนะ” ธีระบอก
“ตู่ไม่ได้สนใจหรอกค่ะ ตูเพียงแต่กำลังคิดว่า ไม่น่าเชื่อที่แม่พี่ธีป่วยหนักขนาดนี้ ท่านยังพยายามจะเอาชนะพี่ธีให้ได้”
“ท่านก็แค่รักและหวงพี่มากเท่านั้นเอง”
“แล้วพี่ธีล่ะคะ พี่ธีคิดยังไงกับเรื่องนี้” ข้าวตูถาม
“คิดยังไง พี่ไม่เข้าใจ”
“ก็ ... พี่ธีจะปล่อยเรื่องของคุณแม่ไปอย่างนี้หรือคะ”
ธีระถอนใจ “ก็คงต้องเป็นอย่างงั้น ในเมื่อแม่ไม่ยอมเข้าใจเรา”
ข้าวตูยิ้ม “ตูดีใจจริงๆ ที่พี่ธีตัดใจจากเรื่องนี้ได้ ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ ตูหิวจะแย่อยู่แล้ว”
“ตูไปเถอะ พี่ยังไม่หิว”
“อะไรกัน เมื่อเช้าเราทานกาแฟไปคนล่ะแก้วเองนะคะ”
“พี่ไม่หิวจริง ๆ ตูไปเถอะ แล้วซื้อมาฝากพี่แล้วกัน เดี๋ยวพี่จะกลับไปดูแม่”
“อ้าว ไหนเมื่อกี้พี่ธีบอกว่าพี่ธีตัดใจจากเรื่องคุณแม่ได้แล้วไง”
“แต่ตอนนี้ท่านยังเจ็บอยู่เลยนะ ตูไปเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่หรอก”
ธีระฝืนยิ้มให้แล้วเดินกลับไป ข้าวตูมองตามแล้วถอนใจ
“ไหนบอกว่าตัดใจได้” ข้าวตูส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ

จินดา ช้อย ใหญ่ และภากำลังคุยและหัวเราะกัน ธีระผลักประตูเข้ามา จินดาหันไปมองแล้วก็ชะงัก ทุกคนชะงักมอง ธีระยิ้มแล้วเดินเข้ามาหา
“แม่เป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นแล้วหรือ” ธีระถาม
“ดีแล้วจ้ะ นี่หัวเราะได้แล้วไม่เห็นหรือ” ช้อยบอก
“มา มา มาคุยกับแม่เค้ากัปตัน” ใหญ่ชวน
“หายแล้วหรือครับแม่” ธีระถาม
จินดาเมินหน้าแล้วหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนคำว่า ออกไป
“ไม่เอาน่า พี่จิน” ภาว่า
จินดาจ้องหน้าภาอย่างไม่พอใจแล้วก็เขียนลงในกระดาษว่า บอกให้ออกไป
“แม่ว่าอะไรหรือครับ” ธีระถาม
“แม่เค้าบอกว่าให้เธอออกไป” ภาบอก
ธีระอึ้งและสลด
“ออกไปก่อนเถอะนะ เชื่อป้า” ช้อยว่า
“ใช่ ออกไปก่อนเถอะ ไป” ใหญ่เสนอ
ธีระมองแม่ก็เห็นแม่ของเขาหันมองไปอีกทาง ธีระหันมาพูดกับป้าทั้งสาม
“ผมฝากดูแม่ด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องห่วง” ช้อยบอก
ธีระหันหลังเดินออกไป ป้าทั้งสามมองหน้ากันแล้วมองจินดา
“เมื่อกี้เราพูดถึงไหนนะ” ช้อยถาม

ธีระเดินออกมาหยุดหน้าประตูด้วยความเสียใจ เขาหันเดินไปตามทางด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ข้าวตูตักซุปขึ้นชิมแล้วปิดเตา ธีระเปิดประตูบ้านเข้ามา
“พี่ธีมาพอดีเลย วันนี้ตูทำแต่ของชอบของพี่ทั้งนั้นเลยค่ะ” ข้าวตูบอก
“ตูกินเถอะพี่ไม่หิว”
ธีระเดินไปนั่งเก้าอี้ด้วยท่าทางหมดแรง
“มีอะไรอีกหรือคะ”
“แม่ไล่พี่ออกมา แกบอกไม่อยากเห็นหน้าพี่”
“อย่าหาว่าตูพูดแรงนะคะ ถ้าแม่พี่ธีเค้าต้องการอย่างงั้นจริง ๆ ตูว่าพี่ธีก็ควรจะปล่อยเค้าไป แล้วก็กลับมาใช้ชีวิตปกติของพี่ธี”
“แต่แม่พี่กำลังเป็นอัมพาตนะตู พี่คงทำอย่างงั้นไม่ได้” ธีระบอก
“แต่พี่ธีอย่าลืมนะคะ แม่พี่ธีเค้าเป็นฝ่ายไม่ต้องการพี่ธีนะคะ”
“แกทำไปเพราะอารมณ์โกรธน่ะ”
“แล้วเราต้องไปแคร์เค้าทำไมล่ะคะ”
“แต่เค้าเป็นแม่พี่นะตู”
ธีระขึ้นเสียง ข้าวตูชะงัก
“ตูขอโทษค่ะ ตูไม่น่ายุ่งเรื่องนี้เลย”
พูดจบข้าวตูก็จะเดินเข้าครัว ธีระรู้สึกตัวจึงเข้าไปคว้าแขนเธอไว้
“ไม่ใช่อย่างงั้นตู พี่รู้ว่าแม่พี่ผิด เพียงแต่จะให้พี่หันหลังให้แกพี่ทำไม่ได้หรอกนะ เพราะแกเป็นแม่พี่”
ข้าวตูฝืนยิ้ม “ตูเข้าใจพี่ธีแล้วล่ะค่ะ ตูจะไม่พูดเรื่องนี้อีก”
“มา ทานข้าวกันเถอะ พี่หิวแล้ว”
ธีระเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ข้าวตูหันไปหยิบกับข้าวก่อนจะหันมองธีระอย่างไม่เชื่อว่าธีระรู้สึกหิวจริงๆ

อ่านละครย่อ รักคุณเท่าฟ้า ตอนที่ 12 วันที่ 13 ส.ค. 55

ละครเรื่อง รักคุณเท่าฟ้า บทประพันธ์ และ บทโทรทัศน์โดย วิลักษณา
ละครเรื่อง รักคุณเท่าฟ้า กำกับการแสดงโดย ชูชัย องอาจชัย
ละครเรื่อง รักคุณเท่าฟ้า ดำเนินงานสร้างโดย ธีรเดช-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ บริษัท ซิติเซ่น เคน จำกัด
ติดตามชมละครเรื่อง รักคุณเท่าฟ้า ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา manager.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความละครย่อTVตอนล่าสุด