@..อ่านละครรายวันตอนล่าสุด..@

อ่านละคร รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 8-9 วันที่ 16 ส.ค. 55

อ่านละคร รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 8

ชายศักดิ์ได้ข่าวเรื่องไฟไหม้ที่บ้านสวน เขาด่าพวกลูกน้องที่นั่นโขมงโฉงเฉง
“แกทำบ้าอะไรของแกหาไอ้พวกโง่...แล้วไอ้ต๋องกับกิมลั้งล่ะ...ให้มันได้อย่างนั้นซิ! หาที่กบดานตัวเองไว้ให้ดีเลยนะ ไม่ต้องเสนอหน้าโง่ๆออกมาจนกว่า

ฉันจะสั่ง” ด่าลูกน้องแล้วก็ขว้างโทรศัพท์อย่างหัวเสีย

“เกิดอะไรขึ้นคะเสี่ย” รัศมีเข้ามาถาม

“ก็พวกไอ้เหลิมน่ะสิ ทำบ้านสวนไฟไหม้ แล้วก็ทิ้งไอ้ต๋องกับกิมลั้งไว้ในนั้น”

รัศมีสะใจ บอกว่าดีแล้ว และเสี่ยก็ไม่ต้องกังวลอะไรเลย เพราะถ้าเราไม่ยอมรับเสียอย่างใครจะทำอะไรเราได้

“นั่นสินะ” ชายศักดิ์ยิ้มรับซื่อบื้อ

ooooooo

ส่วนที่ตลาดสด วันนี้คุณนายสดศรีไปตรวจตลาด เห็นพ่อค้าแม่ขายหายหน้าไปหลายคน ตลาดค่อนข้างซบเซา ถามว่าพวกนั้นหายไปไหนกันหมด เต็กไฮ้บอกว่า เขาปิดแผงหนีหนี้บังเว้ยเฮ้ยกัน คุณนายถามว่า แล้วจะกลับมาขายกันอีกเมื่อไหร่ เพราะนี่ก็จวนได้เวลาเก็บค่าเช่าแล้ว

เต็กไฮ้บอกว่าคงอีกยาว ลักษณ์เล่ารายละเอียดว่าบังเว้ยเฮ้ยแขกเงินกู้คนนี้ดุร้ายมาก พวกลูกหนี้ไม่เพียงแค่หนีหนี้ แต่หนีตายกันเลยล่ะ

คุณนายไม่ได้สนใจ เป็นห่วงแต่ว่าไม่มีคนมาขายของแล้วทำให้เก็บค่าเช่าได้น้อยลง เต็กไฮ้เสนอแนะว่า

มีทางเดียวคือ คุณนายต้องช่วยใช้หนี้ให้ พวกนั้นถึงจะกล้ากลับมา คุณนายพูดอย่างไร้เยื่อใยว่า กรรมใครกรรมมัน เรื่องอะไรตนต้องคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้พวกนั้นด้วย

ที่แผงขายปลาของกิมฮวย วันนี้กิมแชต้องมาช่วยเคี้ยงขายเพราะกิมฮวยเอาแต่กังวลเรื่องกิมลั้ง

แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงเรียก “ม้า...” กิมฮวย เคี้ยง และกิมแชหันมองเห็นกิมลั้งในสภาพทรุดโทรมเดินแทบเป็นวิ่งเข้ามาหาพ่อแม่และน้องด้วยความดีใจ เคี้ยงกับกิมแชดีใจมาก ในขณะที่กิมฮวยยังอึ้งๆอยู่

โดยไม่มีใครคาดคิด กิมฮวยพรวดเข้าทุบตีกิมลั้งร้องถามเสียงสั่น “ทำไมลื้อทำอย่างนี้...ทำไม...ทำไมทำอย่างนี้!”

ต๋องเห็นดังนั้นรีบเอาตัวบังกิมลั้งไว้ ขอร้องกิมฮวย อย่าทำอย่างนั้น เลยถูกกิมฮวยตบหน้าไปฉาดใหญ่ ด่าต๋องว่าทำเรื่องชั่วๆ กับลูกสาวตนได้ยังไง กิมลั้งพยายามจะชี้แจง เคี้ยงก็บอกให้ฟังลูกก่อน แต่กิมฮวยไม่ฟังซ้ำหาว่าเคี้ยงแก้ตัวแทนกัน

“ถ้างั้น คำพูดอั๊วก็คงไม่มีความหมายแล้วล่ะ” กิมลั้งเสียงสะท้านด้วยความเสียใจแล้ววิ่งเตลิดไปเลย

ต๋องจะตามกิมลั้งไป ถูกเคี้ยงห้ามไว้บอกให้กิมแชไปตามแทน ส่วนกิมฮวยไม่สนใจยังคงด่าต๋องจนต๋องทนไม่ได้ปรามว่า “แล้วเจ๊จะเสียใจที่คิดอะไรแย่ๆกับลูกของตัวเองแบบนั้น” พูดแล้วเดินหนีไปเลย

กิมฮวยยังอาละวาดตะโกนโหวกเหวกให้ต๋องกลับมาให้ด่าก่อน จะเดินหนีไปดื้อๆแบบนี้ไม่ได้

“พอเถอะน่าอากิมฮวย” เคี้ยงคอยห้ามจนแทบจะหมดแรง

ooooooo

ต๋องไปนั่งซึมที่ร้านกาแฟอาโก มีเลื่อนกับรักเร่ตามไปให้กำลังใจ เมื่อรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เลื่อนบอกว่าไม่ต้องไปใส่ใจคำพูดของกิมฮวย เพราะรู้อยู่แล้วว่าแกเป็นคนยังไง

“ตัวข้าน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ข้าทนไม่ได้ที่กิมลั้งต้องมาเจอเรื่องบ้าบอแบบนี้ แทนที่จะได้รับกำลังใจจากแม่ของตัวเอง”

จากการคุยกัน ต๋องเพิ่งรู้ว่าคิตตี้กับชมพู่ก็กลับมาแล้ว เลื่อนเล่าว่า

“คนในตลาดเล่ากันว่า มันหนีตายกลับมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะพี่ พอลูกหนี้ไอ้บังโหดรู้เรื่องเฉียดตายของสองคนนั้น ก็พากันปิดแผงหนีกันใหญ่ พี่ไม่เห็นเหรอว่าวันนี้ตลาดเราวังเวงชอบกล”

“ลองเป็นแบบนี้คงวังเวงไปอีกนานเลยล่ะฉันว่า” รักเร่เสริม

“เป็นเพราะมันคนเดียว!” ต๋องลุกพรวดขึ้นเดินออกไป เลื่อนกับรักเร่รีบตามไปด้วย

ooooooo

อ่านละคร รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 9

ต๋องตะลุยไปที่บ้านชายศักดิ์ เลื่อนกับรักเร่วิ่งตามไปด้วย ถูกลูกน้องเสี่ยออกมาขวางไม่ยอมให้เข้าไป ชายศักดิ์แอบดูจากมุมหนึ่งในบ้าน ถึงกับผงะอุทาน

“ไอ้ต๋องมันไม่ตายเหรอเนี่ย”

“แน่จริงไปบอกเจ้านายแกออกมาสิ หรือถนัดแต่ลอบกัด ทำเรื่องเลวๆ ในที่ลับ ไม่กล้าเผชิญหน้าในที่แจ้ง” ต๋องตะโกนท้าเหยงๆ เสี่ยสั่งลูกน้องให้ปล่อยต๋องเข้ามา พลางตัวเองก็ออกมาในคราบบังเว้ยเฮ้ย ทำหน้าตายถามว่า

“มีอะไรให้บังรับใช้ไม่ทราบจ๊ะ”

“เลิกตลบตะแลงเสียที แกคิดว่าทำเรื่องชั่วแล้วจะมายืนลอยนวลอยู่แบบนี้ได้เหรอ”

บังยักคอทำไขสือว่าพูดอะไรไม่รู้เรื่อง ต๋องอาฆาตว่า “วันนี้ฉันอาจจะทำอะไรแกไม่ได้นะ แต่จำไว้แล้วกันว่าแกต้องได้รับผลกรรมที่ทำกับฉันกับเพื่อนๆ ไว้แน่นอน” บังหัวหมอขู่จะฟ้องหมิ่นประมาท “ก็เอาซิ สู้กันสักตั้ง หมาจนตรอกอย่างพวกฉันน่ะไม่มีอะไร

จะเสียอยู่แล้ว แต่ให้รู้เถอะว่า ต่อไปนี้ชีวิตพวกแกไม่เป็นสุขแน่ ถ้าคิดจะเล่นนอกเกมกับคนในตลาด ฉันก็ขอประกาศสงครามกับพวกแกไว้เลย”

บังเดินรี่เข้าหาต๋องเหยียบเท้าขยี้ๆ เลื่อนกับรักเร่จะเข้าไปช่วย เห็นลูกน้องหน้าเหี้ยมของบังขยับกันพึ่บพั่บ ทั้งสองเลยชะงัก บังทำหน้ายิ้มๆ พูดใส่หน้าต๋องเบาๆ

“ไอ้เวรต๋อง ถ้าแกคิดว่าจะทำอะไรฉันได้ก็ทำ แต่อย่าเผลอล่ะ ไม่งั้นจะทำให้แกหายไปจากโลกนี้เสียก่อน” แล้วถอยออกไปพูดเสียงดัง “มีอะไรให้รับใช้ก็บอกนะจ๊ะนายจ๋า”

ต๋องจะกระโจนเข้าเล่นงาน เลื่อนกับรักเร่ดึงไว้บอกให้ใจเย็นๆ ขืนโมโหไปมีแต่จะเข้าทางมัน แล้วพาต๋องกลับไป

ooooooo

ที่แผงปลาในตลาด กิมฮวยกับเคี้ยงโต้เถียงกันรุนแรง เมื่อเคี้ยงตำหนิกิมฮวยที่ดุด่ากิมลั้งจนลูกวิ่งหนีไปป่านนี้ยังไม่กลับ กิมฮวยไม่พอใจเคี้ยงที่เคยแต่สงบปากสงบคำ เลยด่า

“ลื้อไม่ยอมฟังอะไรนอกจากพยายามยัดเยียดให้ลูกเป็นในสิ่งที่ลื้อคิด”

“ลูกสาวกระโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ผู้ชายหายไปทั้งคืน ใครๆ ก็ต้องคิดอย่างอั๊วทั้งนั้น”

“ก็นี่ไง...ขนาดลื้อเป็นแม่อีแท้ๆ ยังคิดแบบนี้ ลื้อรู้ไหมมันไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับการที่คนที่เรารักเข้าใจเราผิดอีก แล้ว” พูดแล้วเห็นกิมฮวยอึ้งๆ เคี้ยงพูดต่อ “ลื้อเห็นไหมว่าลูกกลับมาในสภาพย่ำแย่แค่ไหน สิ่งที่ลูกต้องการคืออ้อมกอดและกำลังใจจากเรา แต่ลื้อกลับทำให้อีเจ็บปวดทั้งร่างกายทั้งจิตใจหนักเข้าไปอีก”

แม้จะอึ้งๆ กับคำตำหนิของเคี้ยง แต่กิมฮวยยอมรับไม่ได้ ตวาดใส่ “พอสักทีเถอะ ก็เป็นเพราะลื้อคอยถือหางให้แบบนี้ไง ลูกมันถึงได้เสียคน” พลันเคี้ยงก็หน้าตื่น งง จนกิมฮวยถามว่าแค่นี้ก็ต้องทำหน้ามึนใส่กันด้วย

กิมฮวยหันมองตามสายตาเคี้ยง เห็นเบิร์ดมายืนที่หน้าแผง คิดว่าคนมาซื้อปลารีบหันไปขาย เคี้ยงฉวยโอกาสส่งสัญญาณไม่ให้เบิร์ดทัก เบิร์ดรู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นกิมฮวยแน่ๆ รับลูกจากเคี้ยงแล้วทำเป็นสั่งปลากะพง แล้วทั้งเคี้ยงทั้งเบิร์ดก็มองหน้ากันกระอักกระอ่วน

เบิร์ดซื้อปลาเสร็จเดินออกไป เคี้ยงเห็นกิมฮวยเผลอเลยแวบออกไปพบเบิร์ดที่มุมลับตา เคี้ยงกำชับเบิร์ดให้เก็บไว้เป็นความลับอย่างที่เคยขอไว้ เบิร์ดยิ้มเจื่อนๆ บอกว่าตนเข้าใจ แล้วขึ้นรถขับออกไป เคี้ยงเองก็รีบย้อนกลับตลาดทันที

ด้วยความเป็นห่วงกิมลั้ง ต๋องแอบไปที่หน้าบ้าน เห็นกิมลั้งนั่งน้ำตาคลออยู่ พอเรียกกิมลั้งก็ลุกมาหายืนคุยข้ามรั้วกัน ต๋องถามด้วยความเป็นห่วงว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง

“ฉันเป็นอะไรไม่ได้หรอก เพราะคงต้องเจอเรื่องแบบนี้ไปอีกทั้งชีวิต”

“เรื่องไหนที่มันทำให้เราทุกข์ใจ ก็โยนมันทิ้งไปเถอะนะกิมลั้ง แล้วเลือกเก็บเฉพาะเรื่องที่ดีไว้ จะว่าไป

ที่แม่เธอพูดอะไรไม่ดีออกไปก็เพราะเขารักเขาห่วงเธอมาก”

“ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะว่าแม่รักฉันมากแค่ไหน แต่บางทีฉันก็ต้องการให้แม่เข้าใจฉันบ้าง ทุกวันนี้ ฉันพยายามทำทุกอย่าง ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ยอมทิ้งโอกาสที่จะใช้ชีวิตเหมือนคนวัยเดียวกันเพราะอยากเป็นลูกที่ดี แต่ฉันกลับไม่เคยได้รับความเข้าใจเป็นรางวัลตอบแทนสิ่งที่ทำมาทั้งชีวิต”

“กิมลั้ง...” ต๋องยื่นมือผ่านรั้วเข้าไปกุมมือกิมลั้งเอ่ยอย่างเห็นใจ “ถ้าไม่คิดว่าฉันตีค่าตัวเองมากไป ฉันขอเป็น...รางวัลที่เธอรอคอยมาตลอดได้ไหม”

“ต๋อง...” กิมลั้งมองต๋องอย่างซาบซึ้ง ต่างบีบมือกันแน่นด้วยความรักและห่วงใยเข้าใจกันและกัน

ooooooo

สดศรีเอาแหวนไปซ่อมที่ร้านซ่อมเครื่องประดับ ออกจากร้านก็จะหยิบลองใส่ดู ถูกชายศักดิ์เดินมาชนจนแหวนหล่นกลิ้งหลุนๆตกท่อน้ำทิ้งไปต่อหน้าต่อตา

สดศรีโกรธมากบังคับใช้ชายศักดิ์งมแหวนมาคืนตนให้ได้ มิฉะนั้นจะแจ้งตำรวจ ชายศักดิ์ตัดรำคาญพับแขนเสื้อล้วงลงในท่อควานหาแหวน ได้แต่เหรียญบาทขึ้นมา เลยถูกสั่งให้ล้วงใหม่ ชายศักดิ์อิดออดเธอยกมือถือขึ้นจะกดโทร.แจ้งตำรวจ

ชายศักดิ์จำต้องยกตะแกรงเหล็กเพื่อล้วงลงตรงท่อพักอย่างขยะแขยง สดศรีหมั่นไส้เลยผลักเขาให้ล้วงลงไปสุดแขน ครู่หนึ่งเขาก็ควานเจอแหวน พอเอาขึ้นมา เขาจำได้ว่านี่คือแหวนแต่งงานที่เขาซื้อให้สดศรี มันเป็นแหวนราคาไม่แพงเพราะเวลานั้นยังอัตคัดอยู่

ชายศักดิ์ดูแหวน ถาม “ไหนเคยบอกว่าเธอทิ้งทุกอย่างที่เกี่ยวกับฉันไปหมดแล้ว ทำไมเธอยังเก็บมันไว้อีก”

“เธอก็รู้ว่าฉันงกแค่ไหน ขนาดหูกระป๋องแคนฉันยังเก็บไว้ชั่งกิโลขาย นับประสาอะไรกับแหวนวงนี้” สดศรีแก้ตัวแต่ไม่กล้าสบตา พอถูกดักคอว่าทำไมไม่มองหน้าแสดงว่าต้องมีอะไรปิดบังกันอยู่ สดศรีสวนไปทันทีแต่ไม่มองหน้าตามเคยว่า “รู้อยู่แล้วว่าฉันไม่อยากมองเธอให้เสียสายตา เอาคืนมาได้แล้ว”

ชายศักดิ์ไม่ยอมคืนแหวนให้จนกว่าเธอจะบอกความจริง สดศรีเลยเอานิ้วจี้เอวอย่างรู้จุดอ่อนว่าเขาบ้าจี้ ชายศักดิ์เลยยอมคืนแหวนให้ เขาถูกสดศรีผลักจะตกท่อ เลยเอามือค้ำลงไปในท่อ พลันก็ร้องลั่นอย่างเจ็บปวด

“โอ๊ย...ศรี...ฉันปวดไหล่มาก...ช่วยด้วย”

สดศรีตกใจเป็นห่วงมาก ทรุดนั่งลงข้างชายศักดิ์ แต่ลนจนทำอะไรไม่ถูก เลยกดโทรศัพท์เรียกเปาเปา

คนขับรถให้รีบมาหาด่วน

ooooooo

พาชายศักดิ์ส่งโรงพยาบาลแล้ว หมอบอกว่าเขาหัวไหล่หลุด สดศรีเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง จนรัศมีรู้ข่าวรีบมาที่โรงพยาบาล เห็นสดศรีเฝ้าชายศักดิ์อยู่อย่างใกล้ชิด เกิดความหึงหวง เมื่อสดศรีจะกลับ รัศมีเรียกไว้พูดย้ำแสดงความเป็นเจ้าของว่า

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยพาสามีฉันมาส่งโรงพยาบาล”

แล้วรัศมีก็จับได้ว่าชายศักดิ์ยังลืมสดศรีไม่ลง เมื่อเธอเห็นกระเป๋าสตางค์ของชายศักดิ์วางอยู่จึงเปิดดู

เห็นรูปถ่ายคู่ของชายศักดิ์กับสดศรีที่กอดกันอย่างสดชื่น

ซ่อนอยู่ในซองกระเป๋า เธอมองรูปและเก็บเข้าที่เดิมด้วยความแค้น

ศักดิ์ชายกลับมารู้ข่าวพ่ออยู่โรงพยาบาลก็รีบ

ไปเยี่ยม ชายศักดิ์บอกว่าตนไม่เป็นอะไรมาก แค่กินยาและทำกายภาพบำบัดเดี๋ยวก็กลับมาฟิตปั๋งเหมือนเดิมแล้ว

“จริงลูก คุณพ่อปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้ก็กลับไปพักที่บ้านได้ ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่ลูกคิดหรอก” แล้วรัศมีก็ให้ศักดิ์ชายบอกข่าวดีเรื่องณดาที่เขาไปจัดการว่าสำเร็จตาม แผนที่เราตั้งใจไว้ไหม

ศักดิ์ชายอึกอัก ก่อนตัดสินใจบอกว่า “คุณพ่อ

คุณแม่ครับ ผมจะขอณดาแต่งงาน”

ทั้งชายศักดิ์และรัศมีอึ้งมองตาค้าง พอตั้งสติได้ชายศักดิ์ถามอย่างคาดหวังเต็มที่ว่า หมายถึงแต่งงานเพื่อเราจะได้ที่ดินตลาดมาง่ายขึ้นใช่ไหม รัศมีก็ถามว่า “ลูกกะจะฮุบทุกอย่างที่เป็นของมันมาเป็นของเราใช่ไหม”

“เอ่อ...ตอนนี้...มันไม่ใช่แค่นั้นแล้วล่ะครับ คือ...ผมคิดว่า ผมรักณดาครับคุณพ่อคุณแม่”

เป็นคำตอบที่ทำให้ทั้งชายศักดิ์และรัศมีช็อกไปทั้งคู่ อึดใจเดียวรัศมีก็พรวดพราดออกไปหน้าห้องคำรามอย่างแค้นใจ

“อ๊าย...มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ตัวพ่อก็ยังอาลัยอาวรณ์นังสดศรี นี่ตัวลูกเกิดจะมาหลงรักลูกสาวมันอีก แทนที่จะได้สมบัติมันมา เดี๋ยวฉันก็ได้เสียทั้งลูกทั้งผัวให้มันพอดี”

ooooooo

คืนนี้ ต๋องนั่งคิดหนักว่าจะจัดการกับบังเว้ยเฮ้ยอย่างไรดีจนค่ำมืด เลื่อนกับรักเร่มาบอกให้กลับไปพักก่อน ตื่นมาสมองใสจะได้คิดอะไรออก แล้วอำให้ต๋องขี่ซาเล้งพาตนไปส่งที่บ้านด้วยในฐานะช่วยชี้ทางสว่างให้

ระหว่างต๋องขี่ซาเล้งผ่านหน้าห้างเวรี่แฮปปี้นั่นเอง เห็นรัศมีคุยอยู่กับไอ้เหลิมที่มันไปเผาบ้านในสวน ทั้งสามจำได้ จึงแอบดูแอบฟัง

ไอ้เหลิมคร่ำครวญว่ามันจำเป็นต้องใช้เงินเพราะลูกไม่สบาย เมียก็...รัศมีตัดบทส่งเงินให้มันจำนวนหนึ่งหมายจะให้มันรีบไปก่อนที่ใครจะ มาเห็น

ต๋องสงสัยว่าลูกน้องบังเว้ยเฮ้ยมาเกี่ยวอะไรกับรัศมี แต่เมื่อทบทวนถึงเหตุการณ์ที่บ้านสวนที่ลูกน้องเรียกบังว่าเสี่ยแล้วก็เชื่อ ว่าบังเว้ยเฮ้ยก็คือเสี่ยชายศักดิ์ นั่นเอง ต๋องบอกสองเกลอให้ตามเข้าไปดูไปฟังให้ใกล้กว่านี้ พร้อมกับหยิบมือถือมาถ่ายรูปไว้ เลื่อนกับรักเร่เห็นลูกพี่ทำก็เอาบ้าง เลยกลายเป็นสามคนช่วยกันถ่าย

“คืองี้ครับเจ๊ พวกเพื่อนๆ ผมมันก็อยากขอเบิกเงินด้วยเพราะกะว่าจะหนีไปไกลเลย นี่ก็เห็นว่าบ้านสวนที่ไฟไหม้น่ะ ตำรวจมาทำคดีกันใหญ่เลยครับ แต่แปลกที่ไม่เจอศพไอ้ต๋องกับกิมลั้ง” ไอ้เหลิมพล่ามต่อหมายได้เงินเพิ่ม

รัศมีด่าว่าโง่ดักดานป่านนี้ยังไม่รู้หรือว่าสองคนนั้นไม่ตาย รักเร่ตกใจทำมือถือตกเสียงดัง รัศมีกับไอ้เหลิม หันมอง ต๋องเลยทำเสียงแมวหลอก รัศมีรีบเอาเงินให้ไอ้เหลิมไล่มันรีบไปเสีย แล้วตัวเองก็รีบไปขึ้นรถ

ต๋องบอกสองเกลอให้ตามไปเผื่อจะได้หลักฐานอะไรเพิ่ม ถูกรัศมีที่ดับไฟหน้ารถขับออกจากซอกด้านหลังเห็นเข้าพอดี พึมพำอย่างเจ็บใจ “ที่แท้ก็พวกแกนี่เอง”

พวกต๋องทิ้งรถซาเล้งไว้ เรียกแท็กซี่ให้ตามมอเตอร์– ไซค์ของไอ้เหลิมไป มันไปที่สลัมแห่งหนึ่งจอดรถแล้วเดินเข้าไป พวกต๋องตามไปไม่ลดละ จู่ๆมันก็หันเดินย้อนกลับมา ทำเอาพวกต๋องหลบกันแทบไม่ทัน ไอ้เหลิมมาซื้อของที่ร้านชำ แล้วทำเป็นพบแบงก์ห้าร้อยที่พื้น ร้องถามว่า “ใครทำแบงก์ห้าร้อยตกรึเปล่า”

มีคนวิ่งกรูกันเข้ามาอ้างว่าเป็นเจ้าของ ชาวบ้านบังไอ้เหลิมมิด พอชาวบ้านแยกย้ายกันไอ้เหลิมก็หายไปแล้ว ต๋องกับพวกเสียดายที่เสียรู้มัน แต่พอเดินไปทางปากซอยไม่เห็นรถมันจึงรู้ว่ามันหนีไปแล้ว ต๋องบอกเลื่อนกับรักเร่ว่า

“เดี๋ยวเอ็งสองคนช่วยข้าโทร.ส่งข่าวกับพวกเราทุกคนที่เป็นหนี้ไอ้บังกำมะลอให้ทุกคนมาเจอกันด่วนภายในคืนนี้”

ส่วนไอ้เหลิมหนีรอดไปแล้วก็โทร.บอกรัศมี “เรียบร้อย แล้วครับเจ๊ แค่ยอมเสียแบงก์ห้าร้อยมันก็เสร็จผมแล้ว”

รัศมีอยู่ในห้องนอนคุยกับไอ้เหลิมเสร็จ ศักดิ์ชายก็เข้ามาพอดี บอกแม่ว่าพรุ่งนี้อยากชวนไปบ้านคุณนายสดศรีคุยเรื่องแต่งงานที่บอกแม่ไว้ เมื่อตอนกลางวัน และจะบอกความจริงให้คุณนายกับณดารู้ด้วยว่า ที่จริงตนเป็นใคร นี่เป็นสิ่งแรกที่ตนจะแสดงความจริงใจกับณดา

“ชาย...ลูกตกลงปลงใจแล้วจริงๆเหรอ”

“จริงครับคุณแม่ แล้วผมก็คิดว่าสิ่งที่ผมกำลังทำมันก็เป็นเรื่องที่ดีกับทั้งครอบครัวเราและ ครอบครัวณดา จากเดิมที่เราแค่ต้องการที่ดินของเขา ผมว่าความรักที่แท้จริงของผมกับณดาจะทำให้ทุกอย่างมันงอกงามได้มากกว่าที่ เราเคยคิด ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดี หรือทรัพย์สินเงินทองที่จะเพิ่มพูนต่อไปในวันข้างหน้า”

รัศมีซักถามว่าแน่ใจว่าณดาจะรักเขาเหมือนที่เขารักเธอไหม ศักดิ์ชายมั่นใจ รัศมีพูดอย่างแม่ที่รักลูกว่า ถ้าเป็นความสุขของลูกแม่ก็ไม่ขัด แต่พรุ่งนี้ตนติดประชุม ให้ศักดิ์ชายไปรับพ่อที่โรงพยาบาลไปด้วยกัน เพื่อทางโน้นเขาจะได้เห็นว่าเราจริงใจและให้เกียรติเขา

ศักดิ์ชายดีใจมากกอดแม่หอมแม่ขอบคุณแม่ที่เข้าใจตน รัศมีบอกให้รีบไปนอนเสียพรุ่งนี้จะได้หล่อๆ

พอศักดิ์ชายออกจากห้องไปเท่านั้น รัศมีก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นร้ายกาจทันที พึมพำเครียด

“ฉันจะไม่ยอมเอาลูกเอาผัวไปแลกกับที่ดินนั่นอีกต่อไปแน่ ไม่งั้นฉันจะไม่เหลืออะไรเลย” คิดแล้วกดโทรศัพท์ทันที “เหลิม...ฉันมีเรื่องด่วนให้แกช่วยเดี๋ยวนี้”

ooooooo

คืนนี้ บรรดาลูกหนี้บังเว้ยเฮ้ยถูกเรียกมารวมตัวกันที่ร้านกาแฟอาโก ต๋องเปิดคลิปที่แอบถ่ายรัศมีคุยกับไอ้เหลิมให้ดู ชมพู่กับคิตตี้ด่าชายศักดิ์กับรัศมีว่าเลวระยำเหมือนผีเน่ากับโลงผุ

“เดี๋ยวนะพี่ ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ทำไมเสี่ยชายศักดิ์ถึงต้องลงทุนปลอมตัวเป็นบังเอาเงินมาให้เรากู้ด้วย อยู่เฉยๆก็ไม่ต้องเสียเงินแล้ว” เขียวหวานเอะใจ

“เพราะเงินที่เสียไปมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่มันจะได้มา” ต๋องบอก แล้วอธิบายว่าเป้าหมายของชายศักดิ์คือที่ดินที่ตลาด เพราะว่า “ถ้าพวกเราหนีหนี้ไปจนตลาดเกือบร้าง ไม่มีคนขายของคุณนายสดศรีก็ไม่ได้ค่าเช่าแผง ถ้าไม่มีค่าเช่าแผงตลาดก็ต้องเจ๊ง พอตลาดเจ๊งทุกอย่างก็เข้าทางมันไง”

พอบรรดาลูกหนี้เข้าใจแผนการของชายศักดิ์ก็ยิ่งด่ากันขรม

ชมพู่กับคิตตี้ที่ได้รับการช่วยเหลือจากต๋องกับกิมลั้งจนรอดชีวิตมาได้ ทั้งขอบคุณและเห็นใจสองคนที่กลับมาต้องเจอกับปัญหา กิมลั้งก็โดนกิมฮวยด่า ต๋องเอาก็ซวยซ้ำซวยซ้อน คิตตี้ถามอย่างคิดไม่ตกว่า “ไหนเขาว่าทำดีได้ดีไง”

“อย่าคิดอย่างนั้นคิตตี้ แค่สุขใจเพราะทำดีนั่นก็ถือว่าได้ดีแล้ว แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะให้บทเรียนกับพวกนั้นสักทีว่าทำชั่วต้องได้ชั่ว”

“เอาเลยไอ้ต๋อง เอาไงเอากัน ว่ามาเลยจะให้ข้าทำอะไร” ป้าพิณพร้อมลุย ได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกคนอย่างคึกคัก

ต๋องโทรศัพท์ไปบอกกิมลั้งกลางดึก

ส่วนทวีกลับไปเล่าให้คุณนายสดศรีฟัง สดศรีโกรธมากบอกว่าจะไม่ยอมอยู่เฉยเป็นเป้าให้มันอีกแล้ว ณดาถามว่าจะทำอะไร สดศรีไม่ตอบหันไปถามทวีว่า “พรุ่งนี้คนในตลาดจะเดินขบวนไปที่ห้างใช่ไหม”

“ใช่ค่ะคุณนาย จะไปกันตั้งแต่เช้าเลย ดิฉันก็ว่าจะขออนุญาตคุณนายไปช่วยเขาด้วย”

“ไม่ต้องขอหรอก เพราะฉันจะไปเดินนำขบวนเลย”

“ถ้าคุณแม่ไป ณดาก็ไปด้วยค่ะ”

ทั้งสามมองหน้ากันอย่างฮึกเหิมเต็มที่

ooooooo

รุ่งขึ้น ขบวนของชาวตลาดที่มีคุณนายสดศรี ณดา เดินนำหน้าก็ไปที่ห้างเวรี่แฮปปี้ ต๋องตะโกนปลุกระดมสู้ๆชาวตลาดขานรับกันแข็งขัน

กิมฮวยเพิ่งรู้จากชื่นว่ามีการแห่ขบวนกันไปเอาเรื่องชายศักดิ์ที่ห้าง และกิมลั้งก็ไปด้วย กิมฮวยตกใจมากวิ่งออกไปดู มีเต็กไฮ้กับลักษณ์และจะเด็ดตามไปด้วย กิมฮวยเห็นขบวนมากันอย่างฮึกเหิมก็ถึงกับร้อง “ไอ้หยา... มันอะไรกันเนี่ย!”

แต่พอขบวนไปถึงหน้าห้างทุกคนก็พากันอึ้ง เพราะที่หน้าห้างกระจกประตูหน้าต่างแตก ข้าวของถูกขว้างเกลื่อนกระจาย เจ้าหน้าที่กั้นเชือกห้ามเข้า และตำรวจกำลังดูสถานที่เกิดเหตุกันหน้าเครียด

พอรัศมีเห็นขบวนของคุณนายสดศรีกับต๋องมาก็ชี้ให้ตำรวจจับหาว่าห้างพังพินาศเพราะพวกนี้ ณดาถามว่า

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกฉัน”

“คืออย่างนี้ครับ...เมื่อตอนประมาณตีสี่ มีคนกลุ่มหนึ่งใส่ชุดปิดหน้าปิดตาแห่กันเข้ามาทำร้ายยามของห้าง แล้วก็ทำลายข้าวของให้เสียหายอย่างที่เห็นนี่แหละครับ” ตำรวจชี้แจง ย้ำว่า “เราทราบมาว่าเมื่อคืนตอนดึกมีคนในตลาดกลุ่มหนึ่งจับกลุ่มกันอยู่ที่ร้าน กาแฟในตลาด”

ต๋องโต้ว่าพวกตนคุยกันไม่เกี่ยวกับการทำลายข้าวของพวกนี้ ตำรวจจึงให้เอาหลักฐานมาให้ดู ซึ่งมีทั้งครกของคำมูล อีโต้ของป้าพิณ และเขียงนำโชคของกิมฮวย ทุกคนพากันโวยวายว่าของพวกนี้มาที่นี่ได้ยังไง

รัศมีสะอึกออกมาโต้ว่า ถ้าเจ้าของไม่เอามา ของพวกนี้มันจะเดินมาเองได้รึไง สดศรีด่าว่าต้องมีคนใจชั่วใจทรามไปหยิบมา เพื่อใช้เป็นหลักฐานโยนความผิดให้พวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดแน่ๆ

ความแค้นกันแต่ดั้งเดิม ทำให้ทั้งสองโต้เถียงกันไม่กี่คำก็ตะลุมบอนตบตีกันชุลมุน แต่พอรัศมีเห็นศักดิ์ชายประคองพ่อมา ก็ทำทีพลาดพลั้งให้สดศรีผลักล้มหัวกระแทกพื้น เลือดไหลโกรก

“คุณแม่!!!” ศักดิ์ชายวิ่งเข้าประคองรัศมี

ชาวตลาดเห็นศักดิ์ชายในชุดภูมิฐานเรียกรัศมีว่าแม่ ก็ตกใจ ณดาเองถึงกับช็อก อุทาน “ชาย!!”

เมื่อนายชายคนขายผลไม้กลายเป็นศักดิ์ชายลูกของรัศมี ความรู้สึกของชาวตลาด โดยเฉพาะณดาต่อเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความขัดแย้ง เป็นปฏิปักษ์ทันที

ศักดิ์ชายเผยโฉม เผยธาตุแท้ บอกตำรวจให้จัดการคดีนี้ให้เร็วที่สุด ตนจะไม่ปล่อยให้พวกนี้ลอยนวลเด็ดขาด ต๋องโต้ว่าพวกตนไม่ได้ทำผิดอะไร พวกนั้นต่างหากที่ผิด ตำรวจกล่อมว่าตอนนี้พวกต๋องเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยไม่ใช่ผู้ต้องหา ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือด้วย ที่เหลือตำรวจจะจัดการเอง

ooooooo

ชาวตลาดต้องไปโรงพัก เมื่อได้รับการประกันตัวกลับมา จะเด็ดก็มาดักพรมน้ำมนต์ล้างซวย ต๋องถูกพวกเต็กไฮ้ตราหน้าว่าเป็นตัวซวย กิมฮวยกระหน่ำซ้ำว่า มีเรื่องซวยๆที่ไหนก็ต้องมีต๋องอยู่ที่นั่น ทั้งเรื่องที่ลากกิมลั้งหายตัวไป แล้วยังลากพวกตนในตลาดไปมีเรื่องอีก

คิตตี้กับชมพู่สะอึก ออกไปป่าวประกาศให้ชาวตลาดรู้ว่า วันที่ตนสองคนถูกจับไปนั้น ต๋องกับกิมลั้งตามไปช่วย ไม่อย่างนั้นตนสองคนก็ถูกเสี่ยชายศักดิ์ฆ่าไปแล้ว กิมฮวยถามกิมลั้งว่า “จริงเหรอ แล้วทำไมลื้อไม่เล่าให้อั๊วฟังเลย”

“ที่อั๊วไม่ได้เล่า เพราะม้าไม่ได้ต้องการจะฟังต่างหาก”

สดศรีตัดบทว่า เมื่อเข้าใจกันก็ดีแล้ว ต่อไปนี้พวกเราต้องสามัคคีกันต่อสู้กับพวกห้างนั่น แล้วเรียกต๋องกับกิมลั้งไปคุยกันหน่อย กิมฮวยขอไปคุยด้วยคน ถูกเคี้ยงฉุดไว้เอ็ดเบาๆว่า ไม่เข้าใจเลยรึไง ถ้าคุณนายอยากคุยด้วยก็เรียกไปแล้ว

คุณนายถามทั้งสองว่าหลักฐานทางตำรวจมัดตัวพวกเราแบบนี้ พอจะมีทางสู้กับพวกมันได้ไหม ต๋องขอเวลาหน่อย ยังไงตนก็ไม่ยอมให้พวกเราต้องกลายเป็นแพะในเรื่องนี้แน่ ส่วนคุณนายก็จะติดต่อทนายดีๆไว้สู้คดี กำชับให้พวกชาวตลาดต้องเป็นหูเป็นตารวบรวมหลักฐานให้มากที่สุดไว้

คุยเรื่องงานเสร็จ คุณนายถามต๋องว่าคิดอย่างไรกับณดา ต๋องมองหน้ากิมลั้งอย่างเข้าใจกัน บอกคุณนายว่าเรื่องนี้ให้ณดาเป็นคนตอบคำถามเองดีกว่า

เมื่อต๋องไปแล้ว สดศรีคาดคั้นกับณดา เธอยอมรับว่าที่ต้องบอกแม่ไปอย่างนั้นเพราะถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับเพชร แท้ผู้ชายที่ตนไม่ได้รัก ณดาขอร้องแม่อย่าถามอะไรตอนนี้เลยแล้วเดินหนีไป ทั้งเครียด ทั้งสับสน โดยเฉพาะ เรื่องศักดิ์ชายที่อ้างว่ามีอะไรกับตนแล้ว และความจริงเพิ่งเปิดเผยวันนี้เองว่าที่แท้เขาเป็นลูกของคู่อริแม่ คิดแล้วเจ็บใจ ขับรถไปหาทันที

ณดาไปถึงหน้าบ้านศักดิ์ชาย เจอเขากำลังจะออกจากบ้านพอดี เธอพุ่งรถเข้าไปเหมือนจะชนจนต่างต้องเบรกกันสนั่น แล้วเธอก็ลงจากรถเดินไปหาเขาอย่างเอาเรื่อง ที่ก่อเวรสร้างกรรมกับตนและแม่มาสารพัด

“ช่วยไม่ได้ ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ผมจะไม่พยายามเจรจากับแม่คุณ ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง ตอนนี้จะใช้วิธีการไหนมันก็ไม่สำคัญ ขอให้มันได้ผลที่ต้องการเท่านั้นเป็นพอ”

“มิน่า...ถึงใช้วิธีการอย่างสัตว์มาข่มเหงฉัน ที่ฉันมาก็แค่จะบอกว่าต่อไปนี้นายจะทำอะไรฉันไม่ได้อีกแล้ว แล้วก็เลิกฝันหวานเรื่องที่ดินไปได้เลย เพราะฉันกับแม่จะทำให้พวกนายไม่มีแม้แต่ที่จะยืนบนโลกนี้” ประกาศสงครามใส่หน้าศักดิ์ชายแล้ว ณดาหันหลังเดินกลับขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

ต๋องเครียด คิดหาหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาของรัศมี กิมลั้งให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง แต่เธอก็ถูกกิมฮวยด่า และกีดกันไม่ให้คบค้ากับต๋อง พอกิมลั้งหายไปนานหน่อยก็โทร.ตาม เมื่อโทร.ไม่ติดก็คิดเตลิดเปิดเปิงว่าทั้งสองต้องจู๋จี๋กันอยู่แน่ๆ กิมลั้งทนไม่ได้ ตอบประชดแม่ว่า

“ใช่...เพราะต๋องทำให้อั๊วมีความสุข ต๋องเข้าใจอั๊ว ห่วงใย แล้วก็ให้อั๊วได้แม้แต่ชีวิตตัวเอง ต๋องเขารักอั๊ว...ม้าเข้าใจไหม”

“นี่ลื้อกล้าพูดว่ารักมันเหรอ ลื้อรักมันมากใช่ไหมรักมากกว่าอั๊วที่เป็นแม่ลื้ออีกใช่ไหม”

“ทำไมม้าต้องพูดอย่างนั้น ในเมื่อมันเปรียบเทียบกันไม่ได้ ม้าบอกอั๊วได้ไหมว่าต๋องเลวร้ายยังไง ในเมื่อทุกวันนี้ต๋องทำอะไรมากมายให้ตลาดเราตั้งหลายอย่าง มากกว่าใครบางคนที่อยู่ตลาดมานานกว่าด้วยซ้ำ แล้วต๋องก็ไม่ได้ดีแต่กับอั๊ว แต่ต๋องมีน้ำใจกับทุกคน ทั้งหมดนี่มันยังไม่เพียงพอให้ม้ายอมรับเขาอีกเหรอ”

กิมฮวยยังตะแบงด่ากิมลั้ง ประกาศว่าตนเกลียดต๋องและไม่มีวันยอมรับต๋องเด็ดขาด กิมฮวยด่ากิมลั้งจนเคี้ยงกลับมาทนไม่ได้ ขอร้องกิมฮวยว่าอย่ากดดันลูกแบบนี้ได้ไหม ไม่อย่างนั้นจะต้องเสียใจทีหลัง

อ่านละคร รักเกิดในตลาดสด ตอนที่ 8-9 วันที่ 16 ส.ค. 55
ละคร รักเกิดในตลาดสด บทประพันธ์โดย : นราวดี
ละคร รักเกิดในตลาดสด บทโทรทัศน์โดย : สนุกคิด-สนิทเขียน
ละคร รักเกิดในตลาดสด กำกับการแสดงโดย : พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รักเกิดในตลาดสด แนวละคร : โรแมนติก คอมเมดี้ เบาสมองตลกสนุกสนาน
ละคร รักเกิดในตลาดสด ผลิต : บริษัท แอ็คอาร์ต เจเนอเรชั่น จำกัด โดยผู้จัด ธัญญา วชิรบรรจง
ละคร รักเกิดในตลาดสด ออกอากาศ : ทุกวันศุกร์-เสาร์ และวันอาทิตย์
หลังข่าวภาคค่ำ 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ออกอากาศต่อจากละครเรื่องธรณีนี่นี้ใครครอง
ละคร รักเกิดในตลาดสด เริ่มออกอากาศ ตอนแรกวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2555
ที่มา ไทยรัฐ

อ่านละครรักเกิดในตลาดสด ตอนล่าสุดที่นี่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความละครย่อTVตอนล่าสุด